Microsoft Edge เตรียมเลิกสนับสนุน Flash

เมื่อปี ค.ศ. 2017 ทาง Adobe ได้เคยประกาศยุติการสนับสนุน และพัฒนา Flash อย่างเป็นทางการ โดย Adobe จะยังอัปเดทให้ไปจนถึงสิ้นปี ค.ศ. 2020 ล่าสุดทาง Microsoft ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า เบราว์เวอร์ Edge จะดำเนินการตามแผนของ Adobe ด้วย

โดยเมื่อถึงสิ้นปี ค.ศ. 2020 ผู้ใช้งาน Microsoft Edge และ Internet Explorer จะไม่สามารถเล่น Flash ได้อีกต่อไป ทั้งนี้ Microsoft กำลังพัฒนา Edge เวอร์ชันใหม่ที่สร้างด้วย Chromium ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ทาง Microsoft จะมีแผนการยกเลิก Flash ตามนโยบายของ Google ที่ประกาศเลิกสนับสนุนไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ใครที่ยังต้องการใช้ Flash อยู่ Microsoft Edge เวอร์ชันปัจจุบัน และ Internet Explorer 11 จะยังสามารถใช้งาน Adobe Flash ได้เหมือนเดิมต่อไป ส่วนคำถามที่ว่า ไม่ใช้ Flash แล้วจะใช้อะไร? ทาง Adobe เองก็ได้มีโปรแกรมใหม่ที่ชื่อว่า Animate เอาไว้ให้ใช้งานแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Image result for Microsoft Edge เตรียมเลิกสนับสนุน Flash

 

 

 

ไมโครซอฟท์เปิดตัวส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge

นับเป็นข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักพัฒนาเว็บ ซึ่งมักจะต้องเปิด Developer Tools (DevTools) บนเว็บเบราว์เซอร์เพื่อดีบักและแก้ไขข้อผิดพลาดของเว็บที่กำลังพัฒนากันอยู่บ่อยๆ

เมื่อไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายสำหรับพัฒนาเว็บตัวใหม่ให้กับ Visual Studio Code ในชื่อว่า Elements for Microsoft Edge เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดีบักเว็บไปอีกขั้น ด้วยการช่วยแสดงผลหน้าเว็บพร้อมดึงแท็บ Elements จาก DevTools บน Microsoft Edge (Chromium) ให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code โดยตรง

No Description

ส่วนเสริมดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนในการแก้ไขหน้าเว็บ ในกรณีที่นักพัฒนาตัดสินใจดีบัก DOM ด้วยการเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาตรวจสอบหน้าเว็บและทดลองแก้ไขโค้ด HTML/CSS บน DevTools ที่แม้ว่าจะช่วยทำให้สามารถดูผลของการแก้ไขหน้าเว็บบนเบราว์เซอร์ได้ในทันที

แต่ตัวนักพัฒนาก็จะยังต้องนำโค้ดที่แก้ไขแล้วบน DevTools ของเบราว์เซอร์กลับมาบันทึกที่โค้ดต้นฉบับบน code editor ซึ่งการแก้ไขโค้ดสลับไปสลับมาระหว่างเบราว์เซอร์และ code editor นี่เองที่อาจทำให้นักพัฒนาสับสนได้ (เช่นสลับไปเปิด code editor แล้วจำไม่ได้ว่าแก้ไขอะไรบนเบราว์เซอร์ไป)

การที่ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ช่วยทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต้นฉบับไปพร้อมๆ กับดูผลลัพธ์และดีบัก DOM ของหน้าเว็บได้ ภายใต้ VS Code เพียงหน้าต่างเดียวน่าจะช่วยลดความน่าสับสนที่เกิดจากเหตุการณ์ข้างต้นไปได้มาก

ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ยังคงอยู่ในเวอร์ชันพรีวิว แต่ก็สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว โดยจำเป็นต้องติดตั้ง

  • เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Insider (เวอร์ชัน Canary หรือ Dev Channel)
  • ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge บน VS Code

ไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายชื่อว่า Elements for Microsoft Edge

นับเป็นข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักพัฒนาเว็บ ซึ่งมักจะต้องเปิด Developer Tools (DevTools) บนเว็บเบราว์เซอร์เพื่อดีบักและแก้ไขข้อผิดพลาดของเว็บที่กำลังพัฒนากันอยู่บ่อยๆ

เมื่อไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายสำหรับพัฒนาเว็บตัวใหม่ให้กับ Visual Studio Code ในชื่อว่า Elements for Microsoft Edge เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดีบักเว็บไปอีกขั้น ด้วยการช่วยแสดงผลหน้าเว็บพร้อมดึงแท็บ Elements จาก DevTools บน Microsoft Edge (Chromium) ให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code โดยตรง

ส่วนเสริมดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนในการแก้ไขหน้าเว็บ ในกรณีที่นักพัฒนาตัดสินใจดีบัก DOM ด้วยการเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาตรวจสอบหน้าเว็บและทดลองแก้ไขโค้ด HTML/CSS บน DevTools ที่แม้ว่าจะช่วยทำให้สามารถดูผลของการแก้ไขหน้าเว็บบนเบราว์เซอร์ได้ในทันที

แต่ตัวนักพัฒนาก็จะยังต้องนำโค้ดที่แก้ไขแล้วบน DevTools ของเบราว์เซอร์กลับมาบันทึกที่โค้ดต้นฉบับบน code editor ซึ่งการแก้ไขโค้ดสลับไปสลับมาระหว่างเบราว์เซอร์และ code editor นี่เองที่อาจทำให้นักพัฒนาสับสนได้ (เช่นสลับไปเปิด code editor แล้วจำไม่ได้ว่าแก้ไขอะไรบนเบราว์เซอร์ไป)

การที่ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ช่วยทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต้นฉบับไปพร้อมๆ กับดูผลลัพธ์และดีบัก DOM ของหน้าเว็บได้ ภายใต้ VS Code เพียงหน้าต่างเดียวน่าจะช่วยลดความน่าสับสนที่เกิดจากเหตุการณ์ข้างต้นไปได้มาก

No Description

ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ยังคงอยู่ในเวอร์ชันพรีวิว แต่ก็สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว โดยจำเป็นต้องติดตั้ง

  • เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Insider (เวอร์ชัน Canary หรือ Dev Channel)
  • ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge บน VS Code

ประกาศแผนการพัฒนา Microsoft Edge ในแง่ฟีเจอร์ฝั่งองค์กร

ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการพัฒนา Microsoft Edge ในแง่ฟีเจอร์ฝั่งองค์กร (enterprise) ในงาน Microsoft Inspire 2019 สัปดาห์นี้

  • ระบบอัพเดต Edge แบบใหม่ (เริ่มใช้แล้วใน Canary และ Dev Channel) อัพเดตอัตโนมัติ แอดมินจัดการได้ง่ายกว่าเดิม สั่งหยุดอัพเดตบางเวอร์ชัน หรือทดลองอัพเดตเฉพาะผู้ใช้บางกลุ่มได้
  • Internet Explorer mode ตามที่เคยประกาศไปแล้ว เพื่อให้ใช้กับเว็บเก่าๆ ในองค์กรได้ สามารถกำหนดได้ว่าเปิดเว็บไหนด้วยเอนจิน Chromium หรือ IE11
  • รองรับ Group Policies และการจัดการด้วย Mobile Device Management (MDM), รองรับ Single Sign On ผ่าน Azure AD
  • เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยจาก Edge ตัวเก่า (EdgeHTML) เช่น Microsoft Defender SmartScreen, Application Guard, Azure AD Condition Access, Microsoft Information Protection
  • ระบบค้นหาของ Edge จะรองรับ Microsoft Graph สามารถค้นหาข้อมูลหรือเอกสารภายในระบบขององค์กรได้
  • เปิดให้จัดการหน้าแท็บใหม่ (new tab page – NTP) เช่น ปักหมุดหน้าเว็บขององค์กร หรือเอกสารสำคัญที่พนักงานควรทราบ

ฟีเจอร์องค์กรเหล่านี้จะทยอยเพิ่มเข้ามาใน Edge Dev Channel และเปิดเป็นดีฟอลต์ เพื่อให้แอดมินองค์กรสามารถทดสอบกันได้ล่วงหน้า

No Description

Microsoft Edge กับ6ฟีเจอร์บนระบบ Windows 10 ที่คุณจะต้องประทับใจ

เปิดตัวมาได้สักพักแล้วสำหรับโปรแกรม Windows 10 และ Microsoft ได้นำเอา เบราว์เซอร์ตัวใหม่มาพัฒนาให้ทันสมัยและเพื่อตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

Microsoft Edge ที่เราไม่ไม่คุ้นหูกันมากนักแต่ถ้าลองใช้ง่านดูระบบ Edge จะมีอะไรน่าประทับใจสำหรับคุรบ้าง ไปดุกันเลยค่ะ

มีความเร็วที่สุดในบางการทดสอบ

ในแง่ของประสิทธิภาพเดิมๆ ของ Microsoft Edge สามารถทำผลงานที่น่าประทับใจ ในการทดสอบ jetStream 1.1 แสดงให้เห็นว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่มีความเร็วในการทำงาน ในการทดสอบกับบรรดาเบราว์เซอร์อันเป็นที่นิยมบน Windows 10 ซึ่งจากผลที่ได้บนการทดสอบแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยในการทดสอบนี้คะแนนที่มากกว่าหมายถึงการทำงานที่ดีกว่า ซึ่งเบราว์เซอร์ Edge เร็วกว่าเบราว์เซอร์หลายรุ่นในการทดสอบนี้

มุมมองในการอ่าน

มีฟีเจอร์สำหรับใช้ในการอ่านหน้าเว็บที่ชื่นชอบได้ง่ายขึ้น เครื่องมือนี้จะเอาปุ่มต่างๆ ออกทั้งหมด รวมถึงโฆษณาที่น่ารำคาญและภาพพื้นหลัง พร้อมเปลี่ยนแปลงขนาดตัวอักษรและความคมชัด รวมถึงจัดรูปแบบสำหรับการอ่านที่ดีขึ้น โดยคุณสามารถเปิดใช้งานโหมดนี้ ด้วยการคลิกหรือแตกที่ไอคอนหนังสือ ที่ติดตั้งอยู่กับแถบด้านบนของเบราว์เซอร์

สามารถโน๊ตและบันทึกยนหน้าเว็บได้

Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์เฉพาะในตลาด ที่ผู้ใช้สามารถใส่คำอธิบายประกอบบนหน้าเว็บ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม 3rd party เพิ่มเติมเข้าไป รวมถึงสามารถเน้นไฮไลต์ข้อความโดยเฉพาะ รวมถึงเพิ่มบันทึกสิ่งที่คุณโน๊ตเข้าไปและเซฟหน้าเว็บเป็นรูปภาพเอาไว้ได้อีกด้วย หากต้องการใช้งานเครื่องมือนี้ ให้เลือกไปที่ OneNote แล้วกดปุ่ม Make a Web Note จากมุมบนด้านขวาของหน้าจอ

ความสามารถในฟีเจอร์การแชร์

สิ่งหนึ่งที่จะได้พบบนเบราว์เซอร์นี้ก็คือ ปุ่มแชร์ หากกดที่ปุ่มนี้ คุณก็จะสามารถแชร์ลิงก์เว็บไซต์ที่เปิดอยู่บนหน้าจอของคุณได้ แต่ก็น่าเสียดายที่แชร์ได้เฉพาะหน้าเว็บในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook หรือ Twitter มีการใช้งานและติดตั้งลงบนอุปกรณ์ที่เป็น Windows นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในการแชร์หน้าเว็บผ่านทางอีเมล์หรือ OneNote หากต้องการใช้งานฟีเจอร์ให้กดที่ปุ่ม Share บนมุมขวาบนของหน้าจอ

สำหรับ Favorite, cReading List, Download และ History จัดอยู่ในพาแนลเดียวกัน

เมื่อเทียบกับเบราว์เซอร์ยอดนิยมอื่นๆ Microsoft Edge จะมีการจัดเก็บบรรดา History, Download และอื่นๆ อยู่ในพาแนลเดียว ที่นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เมื่อคุณต้องการเข้าถึงอย่างรวดเร็ว เพราะง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น

การทำงานร่วมกับ Cortana

Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์เดียวที่มีการเพิ่มเติมผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนหรือที่เรียกว่า Cortana ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทำในสิ่งที่ต้องการได้เร็วยิ่งขึ้น เช่นการช่วยให้จองหรือรู้ตำแหน่งของร้านอาหาร ด้วยการคลิกที่โลโก้ Cortana ในแถบ Address bar และ Pop-up panel ที่มีข้อมูลปรากฏอยู่ทางด้านขวา นอกจากนี้คุณยังขอข้อมูลที่เกี่ยวกับคำที่ต้องการ ด้วยการคลิกขวาหรือกดค้างเอาไว้ และเลือกถามกับ Cortana

สิ่งเหล่านี้คือ 6 สิ่งที่ทำให้ Microsoft Edge ดูโดดเด่น แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่ดีที่สุดในตลาด แต่ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่มีประโยชน์ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะทำให้หลายคน หันกลับมามองเบราว์เซอร์ที่มากับ Windows 10 นี้ ในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น