ไมโครซอฟท์เปิดตัวส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge

นับเป็นข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักพัฒนาเว็บ ซึ่งมักจะต้องเปิด Developer Tools (DevTools) บนเว็บเบราว์เซอร์เพื่อดีบักและแก้ไขข้อผิดพลาดของเว็บที่กำลังพัฒนากันอยู่บ่อยๆ

เมื่อไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายสำหรับพัฒนาเว็บตัวใหม่ให้กับ Visual Studio Code ในชื่อว่า Elements for Microsoft Edge เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดีบักเว็บไปอีกขั้น ด้วยการช่วยแสดงผลหน้าเว็บพร้อมดึงแท็บ Elements จาก DevTools บน Microsoft Edge (Chromium) ให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code โดยตรง

No Description

ส่วนเสริมดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนในการแก้ไขหน้าเว็บ ในกรณีที่นักพัฒนาตัดสินใจดีบัก DOM ด้วยการเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาตรวจสอบหน้าเว็บและทดลองแก้ไขโค้ด HTML/CSS บน DevTools ที่แม้ว่าจะช่วยทำให้สามารถดูผลของการแก้ไขหน้าเว็บบนเบราว์เซอร์ได้ในทันที

แต่ตัวนักพัฒนาก็จะยังต้องนำโค้ดที่แก้ไขแล้วบน DevTools ของเบราว์เซอร์กลับมาบันทึกที่โค้ดต้นฉบับบน code editor ซึ่งการแก้ไขโค้ดสลับไปสลับมาระหว่างเบราว์เซอร์และ code editor นี่เองที่อาจทำให้นักพัฒนาสับสนได้ (เช่นสลับไปเปิด code editor แล้วจำไม่ได้ว่าแก้ไขอะไรบนเบราว์เซอร์ไป)

การที่ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ช่วยทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต้นฉบับไปพร้อมๆ กับดูผลลัพธ์และดีบัก DOM ของหน้าเว็บได้ ภายใต้ VS Code เพียงหน้าต่างเดียวน่าจะช่วยลดความน่าสับสนที่เกิดจากเหตุการณ์ข้างต้นไปได้มาก

ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ยังคงอยู่ในเวอร์ชันพรีวิว แต่ก็สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว โดยจำเป็นต้องติดตั้ง

  • เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Insider (เวอร์ชัน Canary หรือ Dev Channel)
  • ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge บน VS Code

ไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายชื่อว่า Elements for Microsoft Edge

นับเป็นข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักพัฒนาเว็บ ซึ่งมักจะต้องเปิด Developer Tools (DevTools) บนเว็บเบราว์เซอร์เพื่อดีบักและแก้ไขข้อผิดพลาดของเว็บที่กำลังพัฒนากันอยู่บ่อยๆ

เมื่อไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายสำหรับพัฒนาเว็บตัวใหม่ให้กับ Visual Studio Code ในชื่อว่า Elements for Microsoft Edge เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดีบักเว็บไปอีกขั้น ด้วยการช่วยแสดงผลหน้าเว็บพร้อมดึงแท็บ Elements จาก DevTools บน Microsoft Edge (Chromium) ให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code โดยตรง

ส่วนเสริมดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนในการแก้ไขหน้าเว็บ ในกรณีที่นักพัฒนาตัดสินใจดีบัก DOM ด้วยการเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาตรวจสอบหน้าเว็บและทดลองแก้ไขโค้ด HTML/CSS บน DevTools ที่แม้ว่าจะช่วยทำให้สามารถดูผลของการแก้ไขหน้าเว็บบนเบราว์เซอร์ได้ในทันที

แต่ตัวนักพัฒนาก็จะยังต้องนำโค้ดที่แก้ไขแล้วบน DevTools ของเบราว์เซอร์กลับมาบันทึกที่โค้ดต้นฉบับบน code editor ซึ่งการแก้ไขโค้ดสลับไปสลับมาระหว่างเบราว์เซอร์และ code editor นี่เองที่อาจทำให้นักพัฒนาสับสนได้ (เช่นสลับไปเปิด code editor แล้วจำไม่ได้ว่าแก้ไขอะไรบนเบราว์เซอร์ไป)

การที่ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ช่วยทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต้นฉบับไปพร้อมๆ กับดูผลลัพธ์และดีบัก DOM ของหน้าเว็บได้ ภายใต้ VS Code เพียงหน้าต่างเดียวน่าจะช่วยลดความน่าสับสนที่เกิดจากเหตุการณ์ข้างต้นไปได้มาก

No Description

ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ยังคงอยู่ในเวอร์ชันพรีวิว แต่ก็สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว โดยจำเป็นต้องติดตั้ง

  • เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Insider (เวอร์ชัน Canary หรือ Dev Channel)
  • ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge บน VS Code

ประกาศแผนการพัฒนา Microsoft Edge ในแง่ฟีเจอร์ฝั่งองค์กร

ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการพัฒนา Microsoft Edge ในแง่ฟีเจอร์ฝั่งองค์กร (enterprise) ในงาน Microsoft Inspire 2019 สัปดาห์นี้

  • ระบบอัพเดต Edge แบบใหม่ (เริ่มใช้แล้วใน Canary และ Dev Channel) อัพเดตอัตโนมัติ แอดมินจัดการได้ง่ายกว่าเดิม สั่งหยุดอัพเดตบางเวอร์ชัน หรือทดลองอัพเดตเฉพาะผู้ใช้บางกลุ่มได้
  • Internet Explorer mode ตามที่เคยประกาศไปแล้ว เพื่อให้ใช้กับเว็บเก่าๆ ในองค์กรได้ สามารถกำหนดได้ว่าเปิดเว็บไหนด้วยเอนจิน Chromium หรือ IE11
  • รองรับ Group Policies และการจัดการด้วย Mobile Device Management (MDM), รองรับ Single Sign On ผ่าน Azure AD
  • เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยจาก Edge ตัวเก่า (EdgeHTML) เช่น Microsoft Defender SmartScreen, Application Guard, Azure AD Condition Access, Microsoft Information Protection
  • ระบบค้นหาของ Edge จะรองรับ Microsoft Graph สามารถค้นหาข้อมูลหรือเอกสารภายในระบบขององค์กรได้
  • เปิดให้จัดการหน้าแท็บใหม่ (new tab page – NTP) เช่น ปักหมุดหน้าเว็บขององค์กร หรือเอกสารสำคัญที่พนักงานควรทราบ

ฟีเจอร์องค์กรเหล่านี้จะทยอยเพิ่มเข้ามาใน Edge Dev Channel และเปิดเป็นดีฟอลต์ เพื่อให้แอดมินองค์กรสามารถทดสอบกันได้ล่วงหน้า

No Description

Microsoft Edge กับ6ฟีเจอร์บนระบบ Windows 10 ที่คุณจะต้องประทับใจ

เปิดตัวมาได้สักพักแล้วสำหรับโปรแกรม Windows 10 และ Microsoft ได้นำเอา เบราว์เซอร์ตัวใหม่มาพัฒนาให้ทันสมัยและเพื่อตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

Microsoft Edge ที่เราไม่ไม่คุ้นหูกันมากนักแต่ถ้าลองใช้ง่านดูระบบ Edge จะมีอะไรน่าประทับใจสำหรับคุรบ้าง ไปดุกันเลยค่ะ

มีความเร็วที่สุดในบางการทดสอบ

ในแง่ของประสิทธิภาพเดิมๆ ของ Microsoft Edge สามารถทำผลงานที่น่าประทับใจ ในการทดสอบ jetStream 1.1 แสดงให้เห็นว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่มีความเร็วในการทำงาน ในการทดสอบกับบรรดาเบราว์เซอร์อันเป็นที่นิยมบน Windows 10 ซึ่งจากผลที่ได้บนการทดสอบแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยในการทดสอบนี้คะแนนที่มากกว่าหมายถึงการทำงานที่ดีกว่า ซึ่งเบราว์เซอร์ Edge เร็วกว่าเบราว์เซอร์หลายรุ่นในการทดสอบนี้

มุมมองในการอ่าน

มีฟีเจอร์สำหรับใช้ในการอ่านหน้าเว็บที่ชื่นชอบได้ง่ายขึ้น เครื่องมือนี้จะเอาปุ่มต่างๆ ออกทั้งหมด รวมถึงโฆษณาที่น่ารำคาญและภาพพื้นหลัง พร้อมเปลี่ยนแปลงขนาดตัวอักษรและความคมชัด รวมถึงจัดรูปแบบสำหรับการอ่านที่ดีขึ้น โดยคุณสามารถเปิดใช้งานโหมดนี้ ด้วยการคลิกหรือแตกที่ไอคอนหนังสือ ที่ติดตั้งอยู่กับแถบด้านบนของเบราว์เซอร์

สามารถโน๊ตและบันทึกยนหน้าเว็บได้

Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์เฉพาะในตลาด ที่ผู้ใช้สามารถใส่คำอธิบายประกอบบนหน้าเว็บ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม 3rd party เพิ่มเติมเข้าไป รวมถึงสามารถเน้นไฮไลต์ข้อความโดยเฉพาะ รวมถึงเพิ่มบันทึกสิ่งที่คุณโน๊ตเข้าไปและเซฟหน้าเว็บเป็นรูปภาพเอาไว้ได้อีกด้วย หากต้องการใช้งานเครื่องมือนี้ ให้เลือกไปที่ OneNote แล้วกดปุ่ม Make a Web Note จากมุมบนด้านขวาของหน้าจอ

ความสามารถในฟีเจอร์การแชร์

สิ่งหนึ่งที่จะได้พบบนเบราว์เซอร์นี้ก็คือ ปุ่มแชร์ หากกดที่ปุ่มนี้ คุณก็จะสามารถแชร์ลิงก์เว็บไซต์ที่เปิดอยู่บนหน้าจอของคุณได้ แต่ก็น่าเสียดายที่แชร์ได้เฉพาะหน้าเว็บในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook หรือ Twitter มีการใช้งานและติดตั้งลงบนอุปกรณ์ที่เป็น Windows นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในการแชร์หน้าเว็บผ่านทางอีเมล์หรือ OneNote หากต้องการใช้งานฟีเจอร์ให้กดที่ปุ่ม Share บนมุมขวาบนของหน้าจอ

สำหรับ Favorite, cReading List, Download และ History จัดอยู่ในพาแนลเดียวกัน

เมื่อเทียบกับเบราว์เซอร์ยอดนิยมอื่นๆ Microsoft Edge จะมีการจัดเก็บบรรดา History, Download และอื่นๆ อยู่ในพาแนลเดียว ที่นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เมื่อคุณต้องการเข้าถึงอย่างรวดเร็ว เพราะง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น

การทำงานร่วมกับ Cortana

Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์เดียวที่มีการเพิ่มเติมผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนหรือที่เรียกว่า Cortana ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทำในสิ่งที่ต้องการได้เร็วยิ่งขึ้น เช่นการช่วยให้จองหรือรู้ตำแหน่งของร้านอาหาร ด้วยการคลิกที่โลโก้ Cortana ในแถบ Address bar และ Pop-up panel ที่มีข้อมูลปรากฏอยู่ทางด้านขวา นอกจากนี้คุณยังขอข้อมูลที่เกี่ยวกับคำที่ต้องการ ด้วยการคลิกขวาหรือกดค้างเอาไว้ และเลือกถามกับ Cortana

สิ่งเหล่านี้คือ 6 สิ่งที่ทำให้ Microsoft Edge ดูโดดเด่น แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่ดีที่สุดในตลาด แต่ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่มีประโยชน์ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะทำให้หลายคน หันกลับมามองเบราว์เซอร์ที่มากับ Windows 10 นี้ ในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น