วิธีแคปภาพหน้าจอบน Windows 10

สำหรับใครที่อยากแคปหน้าจอคอมบน Windows 10 สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน โดยที่ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม สามารถทำได้ทั้งแคปหน้าจอทั้งหมดและเลือกแคปเฉพาะบางส่วนได้ด้วย

แคปหน้าจอทั้งหมด

คีย์บอร์ดบนแล็ปท็อปหรือพีซีระบบปฏิบัติการ Windows ทุกเครื่องจะมีปุ่ม Print Screen มาให้อยู่แล้ว โดยบางเครื่องอาจจะเขียนว่า “PrtScn,” “PrntScrn,” “Print Scr,” หรือคำที่มีลักษณประมาณนี้ เมื่อเรากดปุ่มดังกล่าว (บางเครื่องอาจต้องกดปุ่ม Fn หรือ Function ร่วมด้วย) จะเป็นการจับภาพหน้าจอวินโดวส์ทั้งหมด

 

 

แต่หากอยากให้ระบบเซฟไฟล์ได้ด้วยจะต้องเปลี่ยนไปกด “Windows logo key + PrtScn” แต่บางเครื่องอาจจะต้องกด “Windows logo key + Ctrl + PrtScn” หรือ “Windows logo key + Fn + PrtScn” ซึ่งอันนี้อาจต้องลองกันเองอีกที

เมื่อกดแล้วหน้าจอจะสลัวลงสักครู่หนึ่ง แล้วภาพสกรีนหน้าจอจะถูกนำไปเซฟไว้ในโฟลเดอร์ Screenshots โดยจะอยู่ภายในโฟลเดอร์ Pictures อีกครั้ง

 

แคปเพียงหน้าต่างเดียว

แต่หากคุณต้องการจับภาพหน้าจอเพียงหน้าต่างเดียว (กรณีเปิดหลายๆ โปรแกรมซ้อนกัน) สามารถทำได้โดยกดปุ่ม “Alt + PrtScn” เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการแคปภาพหน้าจอวินโดวส์หรือหน้าต่างเดียวที่อยู่ด้านหน้าสุดได้แล้ว

เลือกบริเวณที่ต้องการแคป

กดปุ่ม “Windows + Shift + S” จะมีส่วนของพื้นที่ให้เราเลือกบริเวณที่ต้องการจะแคปหน้าจอเพิ่มขึ้นมา จากนั้นสามารถนำไปวางในโปรแกรม Paint หรือโปรแกรมอื่นๆ เพื่อเซฟออกมาเป็นรูปภาพได้

โดยฟีเจอร์ดังกล่าวจะมีใน Windows 10 เวอร์ชั่น Creators Updates ขึ้นไปเท่านั้น

อีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องยุ่งยากมากคือการใช้งานโปรแกรม Snipping Tool ที่จะสามารถแคปภาพหน้าจอทั้งหมด หรือเลือกเป็นส่วนๆ ได้ในโปรแกรมเดียว โดยโปรแกรมนี้จะมีอยู่แล้วใน Windows ไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมทีหลัง

Microsoft ปล่อย Windows 10 May V1930 ให้อัพเดทแล้ว

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows 10 v1903 มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ล่าสุดทาง Microsoft ก็ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ทำการโหลดอัพเดท 1903 กันอย่างเป็นทางการ โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามานั้นจะเป็นการแก้ไขในเรื่องของข้อผิดพลาดต่างๆ พร้อมกับมีการเพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ออกมาให้ได้ใช้กัน

 

 

อัพเดท Windows 10 May V.1903 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ดังต่อไปนี้

  • เพิ่มความสามารถในการให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนทำการอัพเดทระบบปฎิบัติการต่างๆ โดยอัตโนมัติได้สูงสุดถึง 35 วัน
  • มาพร้อมกับฟีเจอร์ “reserved storage”
  • เปิดให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Windows Sandbox ได้ โดยจะเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมโปรแกรมต่างๆ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยกับการใช้งานของผู้ใช้ได้เอง
  • มาพร้อมกับ Start menu ที่มีการปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
  • ผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Cortana ถูกแยกเป็นคนละส่วนกับฟีเจอร์ Search ไปเรียบร้อย
  • Search box ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยสามารถใช้งานในการค้นหาได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม
  • รองรับการซิงค์หน้าจอของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Android รวมไปถึงสามารถนำการแจ้งเตือนต่างๆ บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Android ให้ทำการแจ้งเตือนบน Windows 10 ได้ด้วย