Microsoft ประกาศชื่ออัปเดทของ Windows 10

Microsoft ประกาศชื่ออัปเดทของ Windows 10 รหัส 19H2 คือ Windows 10 November 2019 Update 

หลังจากมีข่าวเกี่ยวกับอัปเดทใหม่ของ Windows 10 รุ่นใหม่ที่มีรหัส 19H2 ซึ่งมีฟีเจอร์เพิ่มเติมแต่ไม่ได้เยอะ เน้นเรื่องความเสถียรมากขึ้น

โดยการเปลี่ยนแปลงชื่อก็สอดคล้องกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้คือ Windows 10 May 2019 Update (เวอร์ชั่น 19H2) โดยเวอร์ชั่นใหม่จะมีชื่อ Windows 10 November 2019 Update ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเลข Build 18363 ขยับไปเล็กน้อย โดยตอนนี้ผู้ทดลองในกลุ่ม Windows Insider เริ่มได้ทดลองกันไปแล้ว ทำให้กำหนดการปล่อยอัปเดท จะอยู่ในเดือน พฤศจิกายน 2019

สำหรับคนที่ต้องการลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 10 ก็ต้องรอในเวอร์ชั่น 20H2 ซึ่งจปล่อยในปีหน้า

Image result for ประกาศชื่อ อัพเดทของ Windows 10

Microsoft ประกาศ มีผู้ใช้ Windows 10 ในอุปกรณ์ว่า 900 ล้านชิ้น

เมื่อช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา Microsoft ประกาศตั้งเป้าว่า Windows 10 จะต้องถูกใช้บนอุปกรณ์ 1,000 ล้านชิ้น แต่ก็ผิดคาดเพราะทำได้แค่ 600 ล้านชิ้นเท่านั้น 

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Microsoft ได้เข้าใกล้ยอดที่หวังไว้แล้ว โดยนาย Yusuf Mehdi ตำแหน่ง Corporate Vice President Modern Life, Search & Devices Group ของ Microsoft  ออกมาประกาศผ่าน Twitter ว่ามี Windows 10 อยู่ในอุปกรณ์แล้วกว่า 900 ล้านชิ้น​​​​​​ ทั้งบนคอมพิวเตอร์ PC, แว่น HoloLens, เครื่องเล่น Console Xbox และอุปกรณ์ Surface Hub และบอกด้วยว่าปีที่ผ่านมามียอดใช้ Windows 10 เพิ่มขึ้นมากที่สุด

ตัวเลขของ Windows 10 ที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับที่ทาง Microsoft ประกาศว่าจะหยุดอัปเดตด้านความปลอดภัยให้กับ Windows 7 ในเดือนมกราคม 2020 ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ย้ายไปใช้ Windows 10 และถ้ายังเติบโตเรื่อยๆ แบบนี้ ในช่วงต้นปีหน้า ก็น่าจะมียอดถึง 1,000 ล้านชิ้นตามที่เคยตั้งเป้าไว้

Image result for Microsoft ประกาศ มีผู้ใช้ Windows 10 ในอุปกรณ์ว่า 900 ล้านชิ้น

วิธีปิด Windows Update อัตโนมัติบน Windows 10

พักหลังมานี้หากใครที่ใช้ Windows 10 อยู่มักจะเจอข้อความ Windows Update เด้งขึ้นมาบ่อยเสียเหลือเกิน ซึ่งปกติการตั้งค่าเบื้องต้นของตัว Windows จะเปิดให้อัปเดตแบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ทำให้บางครั้งที่เราทำงานอยู่ก็โดนดูดเน็ตบ้าง เครื่องกระตุกบ้าง หรืออย่างข่าวล่าสุดเผลอกดอัพเดทแล้วไปเจอบั๊ก Cortana กิน CPU เป็น 40% น่ารำคาญอย่างสุดๆ.. วันนี้เราก็เลยมาแบ่งปันวิธีปิดการแจ้งเตือน Windows Update แบบง่ายๆ กันครับ

โดยในบทความนี้เองทีมงานจะมาแนะนำวิธีการปิด Windows Update อัตโนมัติง่ายๆ สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่มีอยู่ 2 วิธี คือการปิดแจ้งเตือนอัพเดทชั่วคราว และการปิดแบบถาวร ดังนี้..

วิธีปิดแบบชั่วคราว (BUILD 1903)

กดปุ่ม Start ด้านล่างซ้ายแล้วไปที่รูปเฟือง Setting

เลื่อนลงมาด้านล่างจนเจอเมนู Update & Security ก็ให้กดเลือกซะ

กดไปที่ Pause updates for 7 days เพื่อหยุดการอัปเดตเป็นระยะเวลา 7 วัน ซึ่งเราสามารถกดซ้ำเพื่อหยุดได้สูงสุด 31 วัน เสร็จแล้วก็ปิดหน้าต่างได้เลย

 

วิธีปิดแบบถาวร หรือกดอัปเดตเองเท่านั้น

กดปุ่ม Windows + R เพื่อเปิด Run จากนั้นพิมพ์ว่า services.msc

เมื่อมีหน้าต่าง Services เปิดขึ้นมา ให้เลื่อนลงมาจนเจอกับ Windows Update จากนั้นคลิกขวาแล้วเลือก Properties ตามภาพ

ในแทบ General หัวข้อ Startup type ให้กดเลือก Disabled เพื่อปิดการอัปเดตถาวร หรือ เลือก Manual เพื่ออัปเดตแบบกดเองเท่านั้น จากนั้นกด OK แล้วรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งรอบเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

อย่างไรก็ตามหากคุณใช้ Windows 10 แท้อยู่ แนะนำให้เลือกหยุดอัปเดตชั่วคราว หรือกด Manual อัปเดต จะดีกว่า และไม่ควรปิดการแจ้งเตือนแบบถาวร เพราะตัว Windows 10 จะมีฟีเจอร์สดใหม่ ปลอดภัย มาอัพเดทให้อยู่เสมอ ทำให้ไม่เสี่ยงต่อการโดนไวรัส รวมถึงแก้บั๊กต่างๆ ของเวอร์ชันก่อนด้วย (แต่อาจจะเจอบั๊กใหม่แทน.. อย่างเช่นบั๊ก Cortana เมื่อไม่นานนี้)

ไมโครซอฟท์ประกาศตัวเลขอุปกรณ์ Windows 10

ไมโครซอฟท์ประกาศจำนวนอุปกรณ์ที่รัน Windows 10 ทะลุหลัก 900 ล้านชิ้น เพิ่มจาก 800 ล้านชิ้นที่ทำได้ในเดือนมีนาคม 2019 โดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถือว่าเร็วขึ้นอีกจากรอบ 700 ล้าน -> 800 ล้าน

ตัวเลขของไมโครซอฟท์นับรวมอุปกรณ์ทุกอย่างที่รัน Windows 10 ซึ่งไม่ใช่แค่พีซี แต่รวมแว่น HoloLens, กระดาน Surface Hub และ Xbox One ด้วย

ถ้าตัวเลข Windows 10 ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราน่าจะได้เห็นไมโครซอฟท์ประกาศแตะ 1,000 ล้านชิ้นในช่วงต้นปี 2020 ซึ่งตรงกับ Windows 7 หมดระยะซัพพอร์ต

ไมโครซอฟท์เคยประกาศเป้าหมายอุปกรณ์รัน Windows แตะ 1,000 ล้านชิ้นในปี 2018 แต่ทำไม่สำเร็จเพราะ Windows Phone ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่มีโทรศัพท์ ไมโครซอฟท์ก็ดูจะประสบความสำเร็จตามเป้าเรื่องจำนวน แม้เรื่องเวลาจะช้าไป 2 ปี

แอพ Your Phone ของ Windows 10 จะรับสาย-โทรออกจากพีซีได้ในเร็วๆ นี้

หลังจากพ่ายศึกสมาร์ทโฟน ไมโครซอฟท์ก็ปรับยุทธศาสตร์ด้วยการมาออกแอพสารพัดบนสมาร์ทโฟนคู่แข่ง (ทั้ง Android/iOS) และพยายามเชื่อมพีซี Windows เข้ากับมือถือ Android ผ่านแอพของตัวเองชื่อ Your Phone (รีวิว Your Phone ตอนออกใหม่ๆ) ถึงขั้นจับมือกับซัมซุงเพื่อฝังฟีเจอร์นี้มาใน Galaxy Note 10

ปัจจุบัน Your Phone สามารถซิงก์รูปภาพ, ข้อความ SMS และข้อความแจ้งเตือน notification มายังพีซีได้ ก้าวต่อไปก็แบบที่หลายคนคาดเดากันได้คือ สามารถรับสาย-โทรออกได้จากพีซี ล่าสุดมีคนไปค้นพบหน้าจอตั้งค่า Calls ในแอพ Your Phone เวอร์ชันล่าสุด ถึงแม้ไมโครซอฟท์ยังไม่แถลงฟีเจอร์นี้อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าฟีเจอร์เข้ามาอยู่ในตัวแอพแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะได้ใช้กัน

ฝั่งของแอปเปิลที่ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์มาจากบริษัทเดียวกัน สามารถรับโทรศัพท์จาก iPhone บน Mac มาได้ตั้งแต่ปี 2014 ในฟีเจอร์ Continuity

No Description

ไมโครซอฟท์ปล่อยโปรแกรม PowerToys ยุค Windows 10

เมื่อต้นปี ไมโครซอฟท์ประกาศคืนชีพ PowerToys ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์ กลับมาสู่ยุค Windows 10 วันนี้โปรแกรม 2 ตัวแรกในชุด PowerToys เปิดให้ทดสอบแล้ว และตัวโปรแกรมทั้งหมดก็โอเพนซอร์สบน GitHub ด้วย

  • Windows key shortcut guide เป็นโปรแกรมง่ายๆ ที่ช่วยให้เรากดปุ่ม Win ค้างไว้ 1 วินาที แล้วแสดงช็อตคัตคีย์บอร์ดของ Windows ขึ้นมาบนหน้าจอ
  • FancyZones เป็นโปรแกรมที่เอาไว้แบ่งโซนบนหน้าจอตามต้องการ เพื่อให้เราจัดขนาดหน้าต่าง (ฟีเจอร์ snap) ให้พอดีกับขนาดที่เรากำหนดไว้

No Description

No Description

ไมโครซอฟท์ระบุว่ามีโปรแกรมอีก 4 ตัวที่กำลังพัฒนาอยู่ และโปรแกรมที่อยู่ในระดับระดมไอเดียอีก 10 ตัว ที่รอเลือกว่าจะทำตัวไหนกันต่อดี

Windows 10 รุ่นถัดไปอาจไม่มีแอป Paint และ Wordpad

สื่อต่างประเทศรายงานว่า Microsoft วางแผนที่จะถอดแอป Paint และ Wordpad ออกจาก Windows 10 รุ่นอัปเดตประจำช่วงฤดูใบไม้ผลิ Build 18963 โดยจะเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้งานติดตั้งเพิ่มทีหลังอีกที

มีผู้ใช้งานพบว่า Microsoft ได้เพิ่ม Paint และ Wordpad เข้าไปอยู่ในส่วนของ Optional Feature แบบเงียบ ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งหรือถอนการติดตั้งโปรแกรมเสริมบางอย่างได้ เช่น Internet Explorer หรือ Windows Media Player เป็นต้น

นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถอนการติดตั้งทั้ง Paint และ Wordpad ออกจากเครื่องได้ทันที แต่เมื่อถอนการติดตั้งไปแล้วก็ยังสามารถติดตั้งใหม่ได้อีกครั้งโดยการกดปุ่ม ‘Add a Feature’ แล้วเลือกติดตั้ง Paint และ Wordpad ได้

อย่าเพิ่งกดอัปเดต Windows 10 ตัว KB4512941 พบบั๊ก Cortana กิน CPU ถึง 40%

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2019 ที่ผ่านมาทาง Microsoft ได้ปล่อยตัวอัปเดต Windows 10 ซึ่งพบปัญหาทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน CPU สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยมีรายงานว่าตัว Build 18362.329 ที่มาพร้อมกับแพทซ์ KB4512941 ทำให้ผู้ใช้งานบางคนที่ติดตั้งไปแล้วจะทำให้โปรแกรม Cortana (AI ผู้ช่วยคล้าย Siri, Google Assistant) บนการทำงานของ SearchUI.exe กิน CPU ไปถึง 30-40%

ม่เพียงแค่ CPU เท่านั้นยังรวมถึงกิน Ram ไปอีก 50-200 MB ด้วยตั้งแต่เปิดเครื่อง โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังไม่สามารถระบุให้แน่ชัดได้ว่าเกิดบั๊กขึ้นมาจากอะไร และทางสมาชิกของ Windows Insider ได้รายงานปัญหาเหล่านี้ให้กับ Microsoft เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งต้องรอให้ Microsoft ออกอัปเดตมาแก้บั๊กอีกที แต่ถ้าใครที่เผลอกดอัปเดตไปแล้วก็สามารถแก้ปัญหาปิด Cortana ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้คือ

  • ดาวน์โหลดไฟล์ Zip แก้ Registry
  • หากต้องการปิด Cortana กดเปิดไฟล์ Disable_Cortana -> Yes -> Yes -> ok
  • และหากต้องการเปิด Cortana คืน กดเปิดไฟล์ Enable_Cortana -> Yes -> Yes -> ok

อย่างไรก็ตามคาดว่าเร็วๆ นี้ทาง Microsoft ก็คงจะมีอัปเดตตัวใหม่มาแก้นอนครับ เพราะมีคนประสบปัญหานี้กันเยอะเหลือเกิน ส่วนตัวทีมงานก็เผลอกดติดตั้งมาแล้ว พบว่าเครื่องช้าผิดปกติจริงๆ จนต้องมาปิดตัว Cortana ทิ้ง และบอกตามตรงว่าไม่เคยใช้เจ้าโปรแกรม Cortana นี้เลย ไม่รู้จะใช้ทำไม แถมไม่รองรับภาษาไทยด้วย

Windows 10 ทำเครื่องอืดเผชิญกับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้

ฟอร์บส์รายงานว่า ไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 เผชิญกับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้ หลังอัพเดท (KB4512941) ที่ออกมาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดหลายประการทำให้คอมพิวเตอร์สูญเสียพลังประมวลผลไปถึงร้อยละ 40

เว็บไซต์ Windows Latest ระบุว่า พบผู้ใช้โอเอสรุ่นนี้พากันไปเขียนข้อความร้องเรียนในเว็บบอร์ดของไมโครซอฟท์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไมโครซอฟท์เคยทราบแล้วว่าอาจเกิดปัญหานี้ขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมึนงงว่า เหตุใดจึงยังปล่อยอัพเดทนี้ออกมาโดยไม่แก้ไข

โวยอัพเดทวินโดวส์10ทำเครื่องอืด

อัพเดทหมายเลข KB4512941 ถูกปล่อยออกมาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด หรือบัค เช่น วินโดวส์ แซนด์บ็อกซ์ ปัญหาการเกิดหน้าจอดำ และอื่นๆ แต่ผลข้างเคียงนั้นส่งผลให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ คอร์ทาน่า ใช้ทรัพยากรระบบของหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 40

ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งคำถามว่า เหตุใดไมโครซอฟท์จึงปล่อยอัพเดทดังกล่าวออกมา เนื่องจากไมโครซอฟท์น่าจะทราบดีถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้ หลังทดสอบอัพเดทดังกล่าวแล้วกับผู้ทดสอบกว่า 10 ล้านเครื่อง โดยผู้ทดสอบหลายคนเคยแจ้งต่อไมโครซอฟท์แล้ว ว่าแพทช์ข้างต้นมีปัญหา

โวยอัพเดทวินโดวส์10ทำเครื่องอืด

ทั้งนี้ วินโดวส์ 10 เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์พีซีที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกแล้ว หลังแซงหน้าวินโดวส์ 7 โอเอสยอดนิยมไปเมื่อเดือนต.ค. 2561 โดยตอนนั้นมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 39.22 (วินโดวส์ 7 ร้อยละ 36.9) ทว่า วินโดวส์ 10 ยังคงเผชิญกับปัญหาการอัพเดทที่สร้างผลข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง

Windows 10 เตรียมให้ผู้ใช้งานติดตั้งระบบปฏิบัติการผ่าน Cloud ได้แล้ว

ล้ำหน้าขึ้นไปอีกขั้นสำหรับการติดตั้งระบบปฏิบัติการแบบใหม่สู่เครื่อง PC ของผู้ใช้ จากเดิมที่ต้องใช้แผ่น DVD หรือ Drive USB แต่คราวนี้จะให้ติดตั้งผ่านระบบ Cloud ได้เลย

Image result for Windows 10 เตรียมให้ผู้ใช้งานติดตั้งระบบปฏิบัติการผ่าน Cloud ได้แล้ว

จากข้อมูลในหน้า Windows Blog ที่มีการเผยข้อมูล Build รุ่นใหม่ของ Windows 10 ในรหัส 18970 ที่กำลังจะมีการอัพเดตให้เหล่า Windows Insider ได้ใช้งานกันก่อน และหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเปิดให้ใช้งานเป็นครั้งแรกก็คือ Cloud Download ในคำสั่ง Reset this PC ที่มีตัวเลือกให้ดาวน์โหลดไฟล์สำหรับติดตั้งตัวระบบปฏิบัติการที่อยู่บน Cloud เข้ามาใช้งานได้ด้วย

ซึ่งคำสั่ง Reset this PC นี้เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจาก Windows 10 รุ่น 1507 ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้พื้นที่บน PC ในการ Back up ข้อมูลเอาไว้ก่อน  แต่ Cloud Download จะเป็นการดึงไฟล์ติดตั้งมาใช้งานจากบนระบบ Cloud ได้เลย โดยจะเป็น Build และตัวอัพเดตล่าสุดตามที่ผู้ใช้งานเคยติดตั้งเอาไว้ทั้งหมดแบบเป๊ะ ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ฟีเจอร์การใช้ Cloud Download นั้นยังไม่สมบรูณ์ เพราะยังมีปัญหาในการดาวน์โหลดไฟล์ผ่านระบบ Cloud อยู่ และยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานฟังก์ชั่นนี้น่าจะพร้อมให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานกันในอนาคตอย่างแน่นอน