Microsoft เปิดให้ผู้ใช้ Windows 7, 8 และ 8.1 ของแท้ อัปเกรดเป็น Windows 10 ได้ฟรี

Microsoft เคยประกาศออกมาแล้วว่า Windows 7 จะสิ้นสุดการสนับสนุนซอฟท์แวร์หลังจากเดือนมกราคมปี 2020 เป็นต้นไป ซึ่งทาง Microsoft เองก็พยายามผลักดันให้คนหันมาใช้  Windows 10 กันมาตลอด และเคยปล่อยให้อัปเกรดฟรีจนถึงปี 2016 อีกด้วย แต่จริงๆ แล้วทุกวันนี้ผู้ใช้งาน Windows 7, 8 และ 8.1 ก็ยังสามารถอัปเกรดเป็น Windows 10 ได้อยู่แบบฟรีๆ ผ่าน Media Creation Tool ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

Windows 10 เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015 ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หลายๆ คนยังไม่ให้การยอมรับกันนัก (อาจจะด้วยความเคยชินกับระบบเดิม หรือยังไม่แน่ใจเรื่องความเสถียร) ทำให้คนยังคงใช้ Windows 7 กันอยู่ในสัดส่วนเกินครึ่ง…แต่ทุกวันนี้บอกได้เลยว่า Windows 10 ได้รับการอัปเดตไปไกลกว่าเดิมมาก จนสามารถใช้งานได้เสถียรมากขึ้น จนสามารถใช้งานได้อย่างสบายใจแล้ว เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังใช้ระบบ Windows รุ่นเก่าๆ ตั้งแต่ Windows 7 – 8.1 อยู่ ก็หันมาลองใช้ Windows 10 กันดูดีกว่าครับ (หากเพื่อนๆ ใช้ Windows 7 รุ่น Pro อยู่พอเปลี่ยนเป็น Windows 10 แล้วก็จะยังคงเป็นรุ่น Pro อยู่เหมือนเดิมครับ)

ขั้นตอนการอัปเกรดเป็น WINDOWS 10

  • ก่อนอื่นให้เข้าเว็บสำหรับดาวน์โหลด Windows 10 (คลิกที่นี่) กันก่อนนะครับ
  • กดปุ่ม Download tool now เพื่อดาวน์โหลด MediaCreationTool.exe

  • เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วเปิดโปรแกรม Media Creation Tool และให้กดยอมรับเงื่อนไขไปเรื่อยๆ
  • พอถึงหน้า What do you want to do? ให้กด Upgrade this PC now จากนั้นกดปุ่ม Next

  • ถัดมาตัว Tool จะถามว่าจะให้เรา เก็บไฟล์เดิมไว้ หรือ ล้างเครื่องใหม่หมด อันนี้อยู่ที่เราเลือกเลย
  • สุดท้ายกดปุ่ม Install ด้านล่างขวา และรอทำการติดตั้ง ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง และเครื่องจะรีสตาร์ทเองหลายรอบ ก็ไม่ต้องตกใจไปนะครับ (เรื่องปกติ)
  • หลังติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็จะต้องทำการ Activation กันก่อน วิธีก็ง่ายๆ คือให้คอมเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเอาไว้ จากนั้นกดปุ่ม Start -> Settings -> Windows Update -> Activation เพื่อเริ่มใช้งาน Digital License อัตโนมัติหรืออาจจะต้องเอา Product Key จากกล่อง Windows 7, 8 หรือ 8.1 มากรอกเอง เพียงเท่านี้ก็สามารถเริ่มใช้งาน Windows 10 ของแท้ได้แบบเต็มประสิทธิภาพกันแล้วครับ

อย่างไรก็ตามการอัปเกรดแบบนี้จะใช้ได้เฉพาะคนที่ Windows 7, 8 และ 8.1 ของแท้ เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวทีมงานแนะนำให้อัปเกรดเป็น Windows 10 เพราะใช้งานได้ดีกว่า รองรับอะไรใหม่ๆ ได้มากกว่า และมีการอัปเดต Patch ความปลอดภัยอยู่เรื่อยๆ อีกด้วย

หากคอมที่เพื่อนๆ ใช้เป็นรุ่นใหม่กว่าปี 2015 ก็สามารถอัปเกรดเป็น Windows 10 ได้เลย แต่ถ้าหากเก่ากว่านี้ไม่แนะนำให้อัปเกรดนะครับ เพราะอุปกรณ์บางอย่างอาจจะไม่รองรับ หรืออาจจะหาไดรเวอร์เพื่อใช้งานร่วมกันไม่ได้แล้วนั่นเองครับ

Firefox สามารถเล่นวิดีโอคลิป บนระบบ Windowsได้แล้ว

Firefox สามารถเล่นวิดีโอคลิปแบบภาพควบคู่บนระบบ Windows ได้แล้ว ส่วนสำหรับ MacOS กับ Linux มาแน่เดือนหน้า Engadget รายงานว่า Firefox เวอร์ชัน 71.0 หรือรุ่นล่าสุด มีการเพิ่มฟังก์ชันให้สามารถเล่นวิดีโอคลิปแบบ “Picture-in-Picture” สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows

การเล่นวิดีโอคลิปแบบ Picture-in-Picture คือผู้ใช้งานจะสามารถลากและพินวิดีโอคลิปจาก Youtube หรือเว็บอื่น ๆ ลงบนหน้าจอของคุณในตำแหน่งไหนก็ได้ ซึ่งวิธีใช้งานก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่โหลดหน้าเว็บเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ใช้กดปุ่มสีน้ำเงินข้างคลิป “เพื่อเล่นภาพควบคู่” เพียงเท่านี้ คุณสามารถย้ายหน้าจอวิดีโอคลิปไปไว้ตำแหน่งบนหน้าจอตรงไหนก็ได้เป็นอันเรียบร้อย

การเล่นวิดีโอแบบ Picture-in-Picture มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ชื่นชอบใช้ระบบ Multitasking เป็นประจำวัน อย่างเช่นการทำงานไป ชมวิดีโอคลิปไป เป็นต้น แม้ตอนนี้ฟังก์ชันดังกล่าวเปิดให้ใช้เฉพาะ Windows เท่านั้น แต่ Mozilla ยืนยันว่าสำหรับระบบ MacOS กับ Linux จะเพิ่มออปชันในช่วงเดือนมกราคมปี 2020

Image result for Firefox สามารถเล่นวิดีโอคลิป บนระบบ Windowsได้แล้ว

ผู้ที่ใช้งาน Windows 7,8,8.1 เดิมสามารถอัปเกรดเป็น Windows 10 ได้ทันที

เมื่อ Windows 10 เปิดตัวใหม่ ๆ ทาง Microsoft ได้ประกาศให้ผู้ที่ใช้งาน Windows 7,8,8.1 เดิมสามารถอัปเกรดเป็น Windows 10 ได้ทันทีตั้งแต่เปิดตัวโดยให้เวลาอัปเกรดได้ฟรีภายใน 1 ปีแรก และต่อมาขยายให้ถึง ธันวาคม 2560

(หมายความว่าพ้นจากนี้ไป หากไม่เคยทำการอัปเกรด ก็จะไม่สามารถอัปเกรดได้แล้ว ถ้าจะให้ถูกต้องตามกฎหมาย คุณต้องไปซื้อลิขสิทธิ์ Windows 10 มาเท่านั้น หากไม่ได้ซื้อ จะต้องทำการ Clean Install [ติดตั้งใหม่] โดยจะเป็นสถานะเตือนให้ Activate ทั้งนี้เครื่องที่เคยอัปเกรดมาก่อนในช่วงก่อนหมดเขต ยังจะสามารถติดตั้ง Windows 10 แบบ Activate ถูกต้องได้ฟรี ๆ ไปตลอดจนกว่าเครื่องนั้นจะพัง)

แต่อย่างไรก็ตามจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ได้ทำการทดสอบแล้วพบว่า ผู้ที่ยังไม่เคยอัปเกรดเป็น Windows 10 จาก Windows 7,8,8.1 ยังคงสามารถอัปเกรดได้ตามปกติ เพียงแค่ Microsoft ไม่ได้ขึ้นแจ้งเตือน แต่สามารถดาวน์โหลดมาอัปเกรดเองได้อยู่ โดยที่สถานะยังมีการ Activate อย่างถูกต้องด้วย

ทาง ghacks.net ได้สอบถามไปยังผู้ที่อ้างว่าเป็นพนักงาน Microsoft บน Reddit ได้ข้อสรุปว่า

  • เหตุผลหนึ่งก็คือผู้บริหารของ “Microsoft มุ่งเน้นไปที่ เป้าหมาย 1 พันล้านอุปกรณ์ ให้มาใช้งาน Windows 10”
  • เหตุผลต่อมาก็คือ ต้องการให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในภาพรวม เหมือนเมื่อก่อนที่ยินยอมให้ Windows 7/8/8.1 เถื่อนสามารถอัปเกรดเป็น Windows 10 โดยมาสถานะหลังการอัปเกรดทำให้เหมือนของแท้ (ด้านการทำงานทางเทคนิคนะใช่ แต่ด้านทางกฎหมายลิขสิทธิ์ยังถือว่าเป็นของเถื่อนอยู่นะครับ)
  • Windows 7 จะยุติสนับสนุนในไม่กี่เดือนแล้ว จึงปล่อยให้อัปเกรดเป็น Windows 10 ได้ โดย Windows 10 นั้นไม่มีการยุติสนับสนุนเนื่องจากใช้วิธีออกอัปเดตใหม่เรื่อย ๆ

ดังนั้นก็สรุปได้ว่าในเมื่อทาง Microsoft ปล่อยให้อัปเกรดฟรี และ Windows 7/8/8.1 จะยุติการสนับสนุนแล้ว

  • Windows 7 ยุติการสนับสนุน 17 มกราคม 2563
  • Windows 8 ยุติการสนับสนุน 12 มกราคม 2559
  • Windows 8.1 ยุติการสนับสนุน 10 มกราคม 2566

ก็ควรอัปเกรดครับ อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือจริง ๆ ในภายหลัง เขาขยายให้แบบเงียบ ๆ แบบนี้ก็รีบคว้าโอกาสเลย

เมื่อไม่มีการสนับสนุนแล้ว หากไม่อัปเกรดท่านจะต้องแบกรับความเสี่ยงเอาเอง ทั้งด้านความปลอดภัย ข้อมูลอาจจะเสียหายจากมัลแวร์และแฮกเกอร์ผ่านทางช่องโหว่ของ Windows รุ่นเก่าซึ่งมีอยู่มาก ทำให้มีโอกาสเสี่ยงมากกว่า Windows รุ่นใหม่ ๆ หลายเท่า และโปรแกรมและเกมรวมถึงบริการต่าง ๆ อาจจะใช้งานไม่ได้ในอนาคต Web Browser อาจจะเข้าใช้งานเว็บในอนาคตไม่ได้เพราะว่าก็ยุติการอัปเดตบน Windows เวอร์ชันเก่าตามไปด้วย

พบบั๊ก Whatapp ให้แฮกเกอร์ลงสปายแวร์ในมือถือเรา

ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ใช้งานแอพระดับองค์กรของ WhatsApp ซึ่งโดนหมดไม่ว่าจะเป็น Google Android, Apple iOS และ Microsoft Windows

เพื่อโจมตีช่องโหว่นี้ แฮกเกอร์จำเป็นต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ของเป้าหมายที่สมัครใช้งาน Whatapp ไว้ จากนั้นก็ส่งไฟล์ MP4 ที่ทำขึ้นเฉพาะผ่าน Whatapp ถ้าเรากดคลิ๊กลิ้งค์เปิดไฟล์วีดีโอ แฮกเกอร์จะติดตั้งสปายแวร์ที่จะขโมยข้อมูลภายในเครื่องหรือไฟล์ต่าง ๆ ภายในเครื่องได้

ในเวอร์ชั่น Whatapp ที่มีช่องโหว่คือ

  • Wahatapp ใน Android เวอร์ชั่นก่อนอัพเดทเป็น 2.19.274
  • iOS versions ก่อนอัพเดทเป็น 2.19.100
  • Enterprise Client เวอร์ชั่นก่อนอัพเดทเป็น 2.25.3
  • Windows Phone เวอร์ชั่นก่อนอัพเดทเป็น 2.18.368
  • Business for Android  เวอร์ชั่นก่อนอัพเดทเป็น 2.19.104
  • Business for iOS เวอร์ชั่นก่อนอัพเดทเป็น 2.19.100

คำแนะนำคือ หากใครที่ใช้ Whatapp ช่วงนี้ใครส่งไฟล์วีดีโอมาให้ ให้หลีกเลี่ยงการคลิ๊กลิ้งค์ไปก่อนชั่วคราวจนกว่าจะมีการแก้ไขบักนี้ (แต่เนื้อหาข่าวบอกว่า Whatapp แอบแก้ไขแบบเงียบ ๆ แล้ว แต่ไม่ยอมเปิดเผย)

Image result for บั๊ก Whatsapp

Adobe ขยายการใช้งานแอปวาดภาพ Fresco ไปยัง Windows แล้ว

Adobe ได้เปิดตัวแอปวาดและระบายสีภาพ Fresco สำหรับ iPad ไปเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Adobe ได้ประกาศเปิดตัวแอป Fresco เวอร์ชัน Windows ภายในงานประชุม Adobe Max 2019 โดยมีค่าบริการ 9.99 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 300 บาทต่อเดือน) แต่สำหรับผู้ที่สมัครใช้บริการ Adobe Creative Cloud แล้วนั้น จะใช้งานได้ฟรี

Fresco เวอร์ชัน Windows จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างง่ายดาย (รูปแบบการใช้งานเหมือนกับบน iPad) โดยผู้ใช้สามารถบันทึกผลงานเป็นไฟล์ PSD สำหรับใช้ใน Photoshop ต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย

Adobe Fresco

ทาง Adobe ได้กล่าวว่า Fresco เวอร์ชัน Windows จะใช้งานบนอุปกรณ์ที่รองรับปากกา Stylus ได้ เช่น Microsoft Surface Pro หรือ Wacom MobileStudio Pro เป็นต้น และจะขยายการรองสำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป

Review – HP 15s โน้ตบุ๊ค Core i Gen 10 + RAM 4/8GB + SSD 256/512GB + Windows

Review – HP 15s โน้ตบุ๊ค Core i Gen 10 + RAM 4/8GB + SSD 256/512GB + Windows  HP พร้อมขายก่อนใคร ด้วยการนำเสนอโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Inel Core i Gen 10 อย่าง HP 15s โน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์บางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความฟรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s  ปี 2019 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 (Ice Lake) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM 4GB / 8GB และ SSD ความจุ 256GB + Optane 16GB / SSD 512GB อีกด้วย สนนราคาเพียง 14,490 / 17,990 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ในชื่อรุ่นเต็มๆ ของ HP 15s จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ รุ่นที่ได้รับมารีวิวเป็น HP 15s-fq1012tu มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i5-1035G1 (Ice Lake) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.0 – 3.6GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Wattโดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์ให้มาแบบ SSD M.2 NVMe ที่ 512GB พร้อม Ram ขนาด 8GB DDR4 ราคา 17,990 บาท

และอีกรุ่นคือ HP 15s-fq1001tu มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลรุ่นเล็กอย่าง Intel Core i3-1005G1 (Ice Lake) ทำงานแบบ 2 Core / 4 Thread ความเร็ว 1.2 – 3.4GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Watt โดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics G1 ส่วนใส่ฮาร์ดดิสก์ให้มาแบบ SSD M.2 NVMe ที่ 256GB + Optane 16GB พร้อม Ram ขนาด 4GB DDR4 ในราคาที่ถูกกว่าที่ 14,490 บาท

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม, LAN และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac (2×2) กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.69 กิโลกรัม พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้

  • i3-1005G1 / UHD G1/ RAM 4GB / SSD 256GB + Optane 16GB/ Windows 10 ราคา 14,490 บาท
  • i5-1035G1 / UHD G1/ RAM 8GB / SSD 512GB / Windows 10 ราคา 17,990 บาท

Microsoft ปล่อยตัวอัปเดต Windows เวอร์ชั่นล่าสุด อุดสองช่องโหว่อันตราย

Microsoft ปล่อยตัวอัปเดต Windows เวอร์ชั่นล่าสุด อุดสองช่องโหว่อันตราย CVE-2019-1181 และ CVE-2019-1182 ในส่วนของการรีโมทคอมฯ Remote Desktop Service (RDS) ที่มัลแวร์หนอนร้าย (Worm) อาจใช้เจาะเข้าระบบ Windows เพื่อเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อและกระจายตัวสู่เครื่องอื่นๆ ที่อยู่ในระบบ Network แบบไม่รู้ตัว เหมือนกับที่ WannaCry ใช้โจมตีในช่วงปี 2017

CVE-2019-1181 และ CVE-2019-1182 มีความคล้ายกับช่องโหว่ Bluekeep ที่เจอเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และทาง Microsoft ได้แนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตระบบเพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่เหล่านี้ แต่ถ้าไม่อัพเดตก็มีวิธีลดความเสี่ยด้วยการเปิดการใช้งาน Network Level Authentication (NLA) ที่ใช้กำหนดให้การรองรับความถูกต้องของผู้ใช้ในการเชื่อมต่อเดสก์ท็อประยะไกล

อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็แนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อป้องกันคอมฯ และระบบเน็ตเวิร์คจากการโจมตีจากมัลแวร์ประเภทหนอน (Worm) และการเข้าล็อคเครื่องแบบที่ Ransomware ใช้

Image result for Microsoft เตือนอัปเดต Windows

Microsoft Defender มีผู้ใช้งานเกินครึ่งของผู้ใช้งาน Windows

ดูเหมือนว่าเราจะพ้นยุคที่ผู้ใช้งานต้องซื้อโปรแกรมสำหรับป้องกันไวรัสจากผู้ผลิตรายอื่นแล้ว หลังจาก Microsoft เปิดตัว Microsoft Defender (จะเปลี่ยนชื่อจาก Windows Defender ในอนาคต) ก็ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมสำหรับป้องกันไวรัสรายอื่นเพิ่มเติมแล้ว

Tanmay Ganacharya ผู้จัดการทั่วไปของการวิจัยความปลอดภัยของ Microsoft ATP เผยว่า Microsoft Defender มีผู้ใช้งานเกินครึ่งของผู้ใช้งาน Windows ทั้งหมดที่เปิดใช้งาน Active mode แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้งาน Windows สูงถึงหลักพันล้านเครื่อง  และในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการเติบโตที่ไวมาก

แต่เนื่องจาก Microsoft Defender มีจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้น นั่นหมายความว่า Microsoft Defender ก็จะตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ลือWindows จะทำการ Rebrand Windows Defender ใหม่

เป็นที่น่าสนใจพอสมควรกับการที่ Microsoft เน้นไปที่บริการข้ามแพลตฟอร์มมากขึ้น โดย gHacks ได้รายงานมาว่า Windows Defender และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะถูก rebrand เป็น Microsoft Defender เมื่อ Windows 10 20H1 ปล่อยให้อัพเดตต้นปีหน้า

Image result for Rebrand Windows Defender

ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Windows Defender นอกจากนี้ยังมีคำถามอีกด้วยว่าจะมีการอัพเดตไปยัง Windows 7 ด้วยไหม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นแบบนั้น (อย่างน้อยก็ยังงงน้อยกว่าการที่ Toshiba ทำการเปลี่ยนชื่อหน่วยความจำเป็น Kioxia)

จากข่าวลือแล้วความจริง Microsoft เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนชื่อ Windows Defender เฉยๆ ดังนั้นทำให้มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Windows เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว  ซึ่งทาง gHacks ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า Windows Defender ATP (Advanced Threat Protection) ได้ทำการขยายไปสู่ Android, iOS, macOS และ Linux ตั้งแต่ปี 2017 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อไปเป็น Microsoft Defender ATP ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Microsoft ปฏิเสธการใใช้ชื่อ Windows กับบริการข้ามแพลตฟอร์ม

การกระทำนี้ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลกับกลยุทธ์ใหม่ของ Microsoft ในการให้บริการบนแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่ Microsoft Word for Android มียอด Download มากกว่า 1 พันล้านครั้งบน Google Play หมายความว่า Microsoft Word for Android มีความนิยมมากกว่าระบบปฏิบัติการของ Microsoft ที่มีการติดตั้งอยู่ 850ล้านเครื่อง

การมุ่งเน้นที่แบรนด์ของตัวเองมากขึ้นจะช่วยให้ Microsoft สามารถขยายบริการไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น มันยากที่จะพบเห็นการติดตั้ง indows Defender ลงบน MacOS และ Linux โดยไม่ลังเล โดย Microsoft Defender อาจจะขายออกได้ง่ายกว่าถึงแม้ว่าทาง Microsoft จะกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สามารถป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

Microsoft เตรียมลบบัญชี Xbox และ Windows ที่ไม่ได้ใช้งานเกิน 2 ปี

Microsoft หรือ Xbox ที่เคยทำเอาไว้แล้วไม่ได้ใช้งานจะคงอยู่ตลอดไปนั้น ต้องคิดใหม่เสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าทาง Microsoft เริ่มที่จะมีการเก็บกวาดและลบบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานเกินสองปีเหล่านี้ในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว

Image result for Microsoft เตรียมลบบัญชี Xbox และ Windows

โดยทาง Microsoft ได้ประกาศแจ้งเรื่องดังกล่าวเอาไว้ในเว็บไซต์ของตนว่าบัญชี Windows หรือ Xbox ที่ไม่มีการใช้งานเกินสองปีขึ้นไปจะถูกลบออกจากระบบ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

ซึ่งก็มีกรณียกเว้นอยู่ ถ้าหากบัญชีดังกล่าวนั้นมีการใช้บริการสมัครสมาชิกต่าง ๆ เอาไว้ หรือมีการเติมเงินทิ้งเอาไว้ในบัญชี หรือถ้าหากมีการใช้จ่ายเงินจริงในบัญชีจริง ๆ ก็จะปลอดภัยจากการถูกลบอย่างแน่นอน

โดยก่อนหน้านี้ทาง Microsoft เคยมีข้อกำหนดไว้ในปี 2016 ว่าบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานเกินห้าปีนั้นจะถูกลบทิ้งไปแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงตามข่าว ใครที่ยังมีการใช้งานบัญชี Xbox หรือ Microsoft อยู่ก็ไม่ต้องกังวล ซึ่งก็รวมไปถึงเจ้าของบัญชีที่มีระบบปฏิบัติการ Windows ผูกอยู่ด้วยเช่นกันครับ