Microsoft ประกาศแผนการอัพเดต Outlook for iOS

Microsoft ประกาศแผนการอัพเดต Outlook for iOS ให้ซัพพอร์ตฟีเจอร์ใหม่หลายประการ โดยเฉพาะฟีเจอร์ที่มากับ iPadOS

ฟีเจอร์แรกคือ Split View สำหรับเปิดหน้า Outlook บน iPad ได้ทีละหลาย ๆ หน้า เช่น เปิดอีเมลพร้อมปฏิทิน ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานภายสัปดาห์หน้า ส่วนฟีเจอร์ลากวางสำหรับอำนวยความสะดวกในการคัดลอกและแปะรูปภาพหรือข้อความยังไม่ระบุว่าจะมาเมื่อไร บอกเพียงว่าอยู่ในแผนการอัพเดต

ถัดไปคือ Dark Mode ที่ปล่อยไปก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ปรับปรุงให้ Dark Mode ทำงานคู่กับ iOS ได้ดีขึ้น คือผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Outlook ในธีมมืด, ธีมสว่าง หรือตามการตั้งค่าของตัว iOS หรือ iPadOS

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจที่ Microsoft อัพเดตและเตรียมอัพเดตเร็ว ๆ นี้ เช่น

  • รองรับการเชื่อมต่อ Outlook for iOS กับบัญชี LinkedIn เริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานแล้ว
  • แนะนำโฟลเดอร์ที่คาดว่าผู้ใช้น่าจะย้ายอีเมลไป เหมาะกับผู้ที่ชอบจัดสรรอีเมลลงโฟลเดอร์ต่าง ๆ
  • Do Not Disturb ตั้งปิดการแจ้งเตือนอีเมลได้ตามต้องการ จะปล่อยฟีเจอร์นี้สัปดาห์หน้า

No Description

Windows 10X สามารถรองรับแล็ปท็อปเพิ่มเติมจากอุปกรณ์ 2 หน้าจอพับเก็บได้

2 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมาในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Microsoft บริษัทได้เปิดตัว Surface Neo อุปกรณ์ 2 หน้าจอที่สามารถพับเก็บได้ ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10X เป็นรุ่นใหม่ของ Windows 10 ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานโดยเฉพาะทั้งใน Surface Neo่, Lenovo ThinkFold X1 และอุปกรณ์ของค่ายอื่น ๆ

25 ตุลาคม ผู้ใช้งาน Twitter ชื่อบัญชี WalkingCat ได้ค้นพบและทวีตเผยแพร่เอกสารการออกแบบภายใน ซึ่งเป็นเบื้องหลังของระบบปฏิบัติการ Windows 10X เป็นหลักฐานยืนยันว่า Windows 10X กำลังได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถรองรับกับแล็ปท็อปนอกเหนือจากอุปกรณ์ 2 หน้าจอพับเก็บได้

ภาพแรกกล่าวถึงหน้าจอ Launcher ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นและกลับไปทำงานที่ทำไว้ล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว โดยมาพร้อมกับช่องการค้นหาเพื่อใช้ค้นหาเว็บ แอปที่พร้อมใช้งาน และไฟล์ข้อมูลที่มีภายในอุปกรณ์ ส่วนตารางไอคอนตรงกลางจอภาพจะแสดงแอปที่ได้ติดตั้งไว้และเว็บไซต์ ด้านล่างถัดลงมาจะแสดงรายการของแอป ไฟล์ และเว็บไซต์ที่เปิดใช้บ่อยและใช้งานครั้งล่าสุด ด้านล่างสุดคือ Start Menu จะประกอบด้วยแอปภายในอุปกรณ์และเว็บแอปที่มีการอัปเดตอัตโนมัติ

Windows 10X Launcher

เมื่อผู้ใช้เปิดอุปกรณ์เข้าสู่ Windows 10X จะมีหน้าจอพิสูจน์ตัวตนที่ได้ปรับปรุงประสบการณ์ใหม่ด้วยระบบการจดจำใบหน้าที่เรียกว่า Windows Hello หลังจากสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนหรือจะกดรหัส PIN เมื่อผ่านแล้วก็จะเข้าสู่หน้าจอเดสก์ท็อป ซึ่งแตกต่างจาก Windows 10 แบบเดิมที่ต้องเลื่อนหน้าจอล็อกการใช้งานก่อนเข้าสู่หน้าจอการตรวจสอบสิทธิ์

Windows Hello

ระบบปฏิบัติการที่มีการไล่สีพื้นหลังได้อย่างกลมกลืน และระบบการโต้ตอบเพื่อให้ผู้ใช้งานมุ่งเน้นอยู่กับงานที่ทำอยู่ สรุปง่าย ๆ ว่าเน้นพื้นหลังว่างเปล่าและไอคอนด้านล่างนิดหน่อย ไม่ต้องมีไอคอนหรือเมนูต่าง ๆ มาจัดวางให้ดูเกะกะรบกวนการทำงาน

Blend Background

การเข้าใช่งาน การแจ้งเตือน การค้นหา และอื่น ๆ ที่มีความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ เอกสารยังกล่าวถึงการกำหนดค่าที่รวดเร็วและรองรับการปรับแต่งที่เป็นดีฟอลต์ เช่น WiFi Cell-Data ภาษา บลูทูธ โหมดการโดยสารบินครื่องบิน ล็อกการหมุน ตำแหน่งที่ตั้ง การประหยัดแบตเตอรี ฮอตสปอต และอื่น ๆ

การเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ

ไมโครซอฟท์ปรับรอบการพัฒนา Windows 10 ภายใน

นับตั้งแต่ Windows 10 เป็นต้นมา ไมโครซอฟท์มีนโยบายออกรุ่นอัพเดตใหญ่ (feature releases) ปีละ 2 ครั้ง โดยกระบวนการพัฒนาจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นที่เลขเวอร์ชัน (เช่น v1903 และ v1909)

เมื่อพัฒนาเสร็จ OS แล้ว ไมโครซอฟท์จะทดสอบต่ออีกสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยปล่อยอัพเดตมายังผู้ใช้ในวงกว้าง เช่น กรณีของ v1903 ที่ปล่อยอัพเดตในเดือนพฤษภาคม (May 2019 Update) หรือมีระยะห่างกันประมาณ 2 เดือน

ล่าสุดเว็บไซต์ ZDNet อ้างแหล่งข่าววงในไมโครซอฟท์ว่า รอบการพัฒนาของ Windows 10 กำลังจะเปลี่ยนไป โดยย้ายมาเป็นเดือนมิถุนายนและธันวาคมแทน

เหตุผลของการย้ายไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องการเมืองภายในไมโครซอฟท์เอง หลังไมโครซอฟท์ปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2018 แยกส่วนฝ่าย Windows and Devices Group โดยส่วนของ Devices ไปอยู่กับฝ่าย Experiences & Devices และส่วนของแกนระบบปฏิบัติการไปอยู่กับฝ่าย Azure

ฝ่าย Azure พัฒนาระบบปฏิบัติการใช้เอง โดยเป็น Windows 10 Server เวอร์ชันพิเศษสำหรับให้บริการคลาวด์ เมื่อทีมแกนหลักของ Windows 10 ย้ายมาอยู่ด้วย จึงต้องการซิงก์เวอร์ชันของตัวแกนระบบปฏิบัติการให้เหมือนกัน แต่ทีม Azure ใช้รอบการพัฒนาที่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม ทำให้ทีม Windows ต้องปรับเวลาตาม และจะมีผลใน Windows 20H1 ที่จะปิดรอบการพัฒนาตอนสิ้นปี 2019 นี้

การปรับรอบเวลาครั้งนี้เป็นแค่รอบเวลาของการพัฒนาภายในเท่านั้น ไมโครซอฟท์จะยังปล่อยอัพเดตให้ผู้ใช้ราวเดือนเมษายน-ตุลาคมเหมือนเดิม

Adobe เปิดให้ Microsoft Office ดึงข้อมูลจาก Creative Cloud Libraries มาใช้งานได้โดยตรง

Adobe ประกาศนำเครื่องมือ Creative Cloud Libraries รวมเข้ากับ Microsoft Office สำหรับการดึงสิ่งจำเป็นต่าง ๆ มาใช้งานได้ในซอฟต์แวร์ด้านสำนักงาน

Creative Cloud Libraries จะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บโลโก้, สี และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำเป็นในการใช้งานกับแอป Creative Cloud และไลบรารีนี้จะซิงค์ข้ามเครื่องอัตโนมัติรวมถึงแชร์กันใช้งานได้ ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเปิดให้ Microsoft Office ดึงสิ่งที่เก็บไว้ในไลบรารีไปใช้งานได้โดยตรง และสำหรับการทำงานในองค์กรที่แชร์โลโก้หรือ asset อื่น ๆ กันภายในอยู่แล้ว การเปิดให้ดึงมาใช้งานโดยตรงก็ช่วยทำให้งานนำเสนอต่าง ๆ รักษาแนวทางภาพลักษณ์ของสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทให้เป็นไปในทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ Creative Cloud Libraries เริ่มเปิดให้ใช้งานกับ Word และ PowerPoint ก่อน ดูวิธีใช้งานได้ท้ายข่าว

 

 

Microsoft ไตรมาสล่าสุด ยังคงเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ

ไมโครซอฟท์รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ตามปีการเงินบริษัท 2020 (กรกฎาคม-กันยายน) รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 33,055 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 10,678 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21%

รายได้แยกตาม 3 กลุ่มธุรกิจของไมโครซอฟท์มีการเติบโตในทุกหมวด โดยกลุ่ม Intelligent Cloud ยังคงเติบโตสูงถึง 27% เป็น 10,845 ล้านดอลลาร์ เฉพาะรายได้จาก Azure โตถึง 59%

ส่วนกลุ่ม Productivity and Business Processes รายได้เพิ่มขึ้น 13% เป็น 11,077 ล้านดอลลาร์ และกลุ่ม More Personal Computing รายได้เพิ่มขึ้น 4% เป็น 11,133 ล้านดอลลาร์

ยังมีข้อมูลอื่นที่น่าสนใจจากช่วงแถลงผลประกอบการดังนี้

  • รายได้จาก Minecraft ทำสถิติใหม่สูงสุดในไตรมาสที่ผ่านมา
  • รายได้จาก Windows OEM Pro เพิ่มขึ้นถึง 19% เนื่องจากองค์กรเริ่มอัพเกรดพีซีกันเพราะ Windows 7 จะหยุดสนับสนุนต้นปีหน้า
  • จำนวนผู้ใช้ Office 365 ส่วนบุคคล เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 200 ล้านบัญชี

alt="Microsoft"

Microsoft ยอมรับ Android คือระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ที่กรุงลอนดอน Panos Panay ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ได้เปิดตัว Surface Duo หรือสมาร์ตโฟนแบบพับหน้าจอได้ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android สำหรับ Surface Duo ด้วยเหตุผลว่า มันดูเรียบง่าย และเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์ชิ้นนี้แล้ว

ย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ Microsoft ยังพยายามผลักดันระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ตโฟนของตัวเอง Android ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สำคัญมาก แต่โพรเจ็คดังกล่าว ถึงแม้ว่า Windows Mobile จะเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีก็จริงแต่เนื่องจากไม่มีแอปรองรับมาก ผู้ใช้งานจึงเปลี่ยนไปใช้ Android กันมากกว่า

เมื่อไม่มี Windows 10 Mobile ไม่ได้ไปต่อแล้ว หนทางที่เหลือของ Microsoft คือการเลือก Android มาใช้กับสมาร์ตโฟนอย่าง Surface Duo

นอกจากนี้ Panay ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความมุ่งมั่นของ Microsoft คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้บริการผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา อย่าง Surface Pro X หรือ Surface Laptop 3 ที่ออกแบบตัวเครื่องให้แกะซ่อมได้ง่ายขึ้น สามารถถอด SSD ด้วยตัวเองได้ เป็นต้น

Image result for Microsoft ยอมรับ Android คือระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุด

Microsoft พัฒนา Secured-core PC สำหรับป้องกันคอมพิวเตอร์จากการถูกแฮกเกอร์

เกมแมวไล่จับหนูระหว่างแฮกเกอร์กับผู้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ ยังคงเป็นเกมที่เล่นกันไม่จบ และดูเหมือนว่าจะเป็นเกมที่ไม่มีวันจบลงเสียด้วย ไม่ว่าจะออกเฟิร์มแวร์มากี่เวอร์ชัน แฮกเกอร์ก็ยังหาทางเจาะระบบเพื่อโจมตีได้อยู่เสมอ

เหตุผลที่ช่องโหว่ไม่สามารถปิดได้อย่างหมดจรด มีอยู่หลายด้าน เรื่องแรกเป็นเรื่องของเฟิร์มแวร์ที่คอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันได้ อีกเรื่องคือ ส่วนใหญ่แล้วเฟิร์มแวร์จะถูกสร้างโดยผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ตั้งแต่ในขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่ Microsoft หรือ Apple ที่เป็นผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ นั่นหมายความว่ามันมีเฟิร์มแวร์ถูกสร้างขึ้นอยู่หลายเวอร์ชันตามแต่ผู้ผลิตของแต่ละรายจะพัฒนาขึ้นมา แน่นอนว่าเมื่อมีเฟิร์มแวร์จำนวนมาก โอกาสพบช่องโหว่ก็มากขึ้นตามไปด้วย

Image result for Secured-core PC

ล่าสุดทาง Microsoft ได้คิดหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้แล้ว ด้วยการเข้าไปเป็นพันธมิตรร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ในการพัฒนาเฟิร์มแวร์ร่วมกันในชื่อ “Secured-core PC” โดยมันจะเข้าไปจัดการความสัมพันธ์การทำงานของเฟิร์มแวร์ และขั้นตอนที่ฮาร์ดแวร์เริ่มทำงาน

ภายใต้การทำงานของ Secured-core PC เฟิร์มแวร์จะยังคงทำหน้าที่ควบคุมฮาร์ดแวร์เหมือนเดิม แต่จะถูกจำกัดอำนาจที่เฟิร์มแวร์จะปฏิสัมพันธ์กับฮาร์ดแวร์ให้ลดน้อยลง โดยในขั้นตอนการประมวลผลแบบใหม่นี้จะถูกเรียกว่า Microsoft bootloader ซึ่งเป็นตัวกลางใหม่ที่จะมาสร้างเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเฟิร์มแวร์ และฮาร์ดแวร์ให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น โดยมันจะทำการตรวจสอบข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่มีการเริ่มระบบคอมพิวเตอร์ โดยความได้เปรียบใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาคือมันสามารถป้องกันการโจมตีได้ จากเดิมที่ทำได้แค่ตรวจพบความผิดปกติ

นับตั้งแต่ Windows 8 เป็นต้นมา ระบบปฏิบัติการ Windows ได้เพิ่มคุณสมบัติที่เรียกว่า Secure boot ขึ้นมา สำหรับใช้ตรวจสอบ Bootloader ว่าปลอดภัยหรือไม่ แต่ปัญหาของมันที่ทำให้ Microsoft ต้องพัฒนาระบบ Secured-core PC ขึ้นมาใช้แทนนี้ก็เพราะว่า Secure boot ไม่สามารถป้องกันระบบได้หากว่าเฟิร์มแวร์ถูกโจมตีสำเร็จแล้ว

ในการใช้งานระบบ Secured-core PC ทาง Microsoft จะทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปเซตรายใหญ่ทั้ง Intel, AMD และ Qualcomm ในการสร้างรหัสรักษาความปลอดภัย (Secure encryption keys) เอาไว้ในตัวชิปเซตเลยตั้งแต่ในขั้นตอนการผลิต ซึ่งนั่นหมายความว่า Secured-core PC เป็นระบบรักษาความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ ดังนั้นหากใครต้องการใช้งาน ต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถอัปเดตผ่านซอฟต์แวร์ได้

คาดว่าอุปกรณ์รุ่นแรกที่จะมาพร้อมกับ ระบบ Secured-core PC คือ Surface Pro X และคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่จาก Dell, lenovo และ Panasonic

SAP จับมือ Microsoft เสนอบริการย้ายระบบคลาวด์

SAP จับมือ Microsoft เสนอบริการย้ายระบบคลาวด์ การจับมือเป็นพันธมิตรคลาวด์รายใหม่ในวันนี้ ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง SAP และ Microsoft ร่วมกับเครือข่ายผู้บูรณาการระบบทั่วโลก เพื่อรวบรวมสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่เป็นหนึ่งเดียวให้กับลูกค้า ตลอดจนสร้างโรดแมปและเส้นทางตลาดที่ชัดเจนสู่ระบบคลาวด์ ในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางลูกค้าที่ง่ายขึ้น Microsoft จะกลับมาจำหน่ายส่วนประกอบ SAP Cloud Platform ร่วมกับ Azure โดยบริการพิเศษนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การถ่ายโอนลูกค้า SAP ERP และ SAP S/4HANA แบบออนพรีมิสไปสู่คลาวด์สาธารณะทำได้ง่ายขึ้น

SAP เป็นผู้นำร่วมกับ Microsoft Azure ในการย้ายลูกค้า SAP ERP และ SAP S/4HANA แบบออนพรีมิสไปยังระบบคลาวด์ผ่านทางวิธีปฏิบัติ สถาปัตยกรรมอ้างอิง และบริการนำส่งด้วยระบบคลาวด์สำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะที่ดีที่สุด สิ่งนี้รวมถึงการนำไปใช้และการเคลื่อนย้ายลูกค้า SAP HANA(R) Enterprise Cloud ที่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน hyperscaler โดยตรง อย่างไรก็ตาม SAP ยังยึดมั่นในนโยบายอันยาวนานของตนอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการทางเลือกบนเงื่อนไขทางธุรกิจ

  • การย้ายจาก SAP ERP แบบออนพรีมิสไปยัง SAP S/4HANA สำหรับลูกค้าอย่างง่ายดายด้วยโซลูชั่นผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ การรวมกลุ่มตลาดในอุตสาหกรรมจะสร้างโรดแมปสู่ระบบคลาวด์สำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญ ด้วยสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่เป็นเลิศและเส้นทางสู่การนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โมเดลสนับสนุนร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาให้ง่ายขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โมเดล การสนับสนุนที่เชื่อมโยงกันระหว่าง Azure และ SAP Cloud Platform จะช่วยให้การถ่ายโอนง่ายขึ้นและปรับปรุงการสื่อสาร
  • เส้นทางตลาดที่พัฒนาร่วมกันจะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า ออกแบบมาให้ประสานงานกับ SAP Microsoft และพาร์ทเนอร์ผู้ผนวกรวมระบบจะสร้างโรดแมปสู่องค์กรดิจิทัลด้วยโซลูชั่นและสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่แนะนำสำหรับลูกค้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดกลวิธีที่เข้ากันได้ในอุตสาหกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ บริการ และวิธีปฏิบัติทั่ว Microsoft, SAP และผู้บูรณาการระบบ

ในฐานะ Experience Company ที่ขับเคลื่อนโดย Intelligent Enterprise นั้น SAP เป็นผู้นำตลาดในด้านซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นสำหรับองค์กร ที่ช่วยให้บริษัททุกขนาดในทุกภาคอุตสาหกรรมดำเนินงานได้อย่างดีที่สุด โดย 77% ของรายได้ธุรกิจทั่วโลกล้วนเคยสัมผัสกับระบบ SAP(R) มาแล้ว ระบบการเรียนรู้ของเครื่องจักร, อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และเทคโนโลยีวิเคราะห์ที่ล้ำสมัยของเราช่วยเปลี่ยนธุรกิจของลูกค้าให้เป็นองค์กรอัจฉริยะ SAP ช่วยมอบข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจให้กับผู้คนและองค์กร และสร้างความร่วมมือเพื่อช่วยให้พวกเขานำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ เราทำให้เทคโนโลยีง่ายสำหรับบริษัท ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถใช้ซอฟต์แวร์ของเราด้วยวิธีที่พวกเขาต้องการโดยไม่สะดุด ชุดแอปพลิเคชั่นและบริการแบบครบวงจรของเราช่วยให้ลูกค้าภาคธุรกิจและภาครัฐกว่า 437,000 รายดำเนินงานโดยสร้างผลกำไร ปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างสิ่งที่แตกต่าง ด้วยเครือข่ายลูกค้า พาร์ทเนอร์ ลูกจ้าง และผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ทั่วโลก SAP ช่วยให้โลกหมุนดีขึ้นและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sap.com

SAP, SAP HANA และผลิตภัณฑ์ SAP อื่นๆ รวมถึงการบริการที่กล่าวไว้ข้างต้น ตลอดจนโลโก้ของบริษัทล้วนเป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ SAP SE ในเยอรมนี และประเทศอื่นๆ โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าและประกาศได้ที่ https://www.sap.com/copyright

Microsoft (Nasdaq “MSFT” @microsoft) เป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ในโลกแห่งอัจฉริยะภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ที่ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วทุกมุมโลกได้บรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งกว่า

ระบบล็อกอินสองชั้น MFA ของไมโครซอฟท์ล่ม

ไมโครซอฟท์แจ้งข่าวระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication – MFA) ล่ม ส่งผลให้ผู้ใช้ Microsoft 365 และ Microsoft Azure ในภูมิภาคอเมริกาเหนือไม่สามารถล็อกอินได้

ล่าสุดระบบ MFA ของ Azure กลับมาทำงานได้ปกติแล้ว เหลือฝั่งของ Microsoft 365 ที่ยังล่มอยู่ แต่คนที่ไม่ได้ใช้ระบบล็อกอิน 2 ชั้น (ใช้รหัสผ่านปกติ) ยังสามารถเข้าใช้งาน Microsoft 365 / Office 365 ได้ตามปกติ

ผู้ใช้งานระบบของไมโครซอฟท์ในบ้านเราคงไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง แต่กรณีนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะบริษัทไอทีมักแนะนำให้ผู้ใช้เปิด MFA เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ MFA ล่มในลักษณะนี้ กลายเป็นข้อเสียตกอยู่ที่ผู้ที่เปิดใช้ MFA แทน

No Description

Windows 10 รับสายเรียกเข้า-โทรออกจากสมาร์ทโฟน Android ได้แล้ว

จากที่มีคนไปขุดเจอฟีเจอร์นี้ในแอพ Your Phone เมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้แอพ Your Phone ของ Windows 10 สามารถรับสายโทรเข้า-กดโทรออกจากสมาร์ทโฟน Android มาคุยบนพีซีได้แล้ว

ฟีเจอร์นี้มีชื่อตรงตัวว่า Calls มีฟีเจอร์ด้านการโทรศัพท์อย่างที่ควรจะมี ทั้งรับสายเข้า-โทรออก, ปฏิเสธการรับสายและส่ง SMS ไปยังปลายทาง, ดูประวัติการโทรศัพท์จากมือถือ และย้ายสายที่กำลังคุยอยู่บนมือถือไปยังบนพีซี (หรือกลับกัน)

ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องใช้กับมือถือ Android 7.0 ขึ้นไป และตัว Windows 10 ต้องเป็น 19H1 (v1903 ตัวเสถียรในปัจจุบันที่ออกเมื่อเดือนพฤษภาคม) มีเลข Build เป็น 18362.356 ขึ้นไป โดยไมโครซอฟท์จะทยอยปล่อยอัพเดตนี้ให้กับผู้ใช้ที่เป็นสมาชิก Windows Insider ก่อน

No Description