Lightroom CC

Adobe-Lightroom-CC-2018-offline-installer

Lightroom CC เป็นโปรแกรมแต่งภาพที่ Adobe ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเน้นไปที่ระบบการจัดเรียงและค้นหาที่ง่ายกว่าเดิม การแต่งภาพที่เป็นมิตรมากยิ่งขึ้น การใช้งานข้ามอุปกรณ์ และการซิงค์ภาพขึ้นสู่คลาวด์ โดยฟีเจอร์หลักของ Lightroom CC อย่างเช่น

  • เทคโนโลยีปรับแต่งภาพถ่ายที่มีประสิทธิภาพ สร้างขึ้นบนฐานเดิมของ Photoshop และ Lightroom โดย Lightroom CC โฉมใหม่นี้จะมีดีไซน์ที่ออกแบบใหม่ ใช้งานง่าย มีพรีเซ็ตและเครื่องมือปรับแต่งอย่างง่าย
  • ซิงค์ข้อมูลภาพกับทุกที่ สามารถแก้ไขภาพที่ความละเอียดฉบับเต็มได้ทั้งบนอุปกรณ์พกพา, เดสก์ท็อป หรือเว็บ โดยการเปลี่ยนแปลงจะซิงค์ข้ามอุปกรณ์ รวมถึงมีการแบคอัพไฟล์ภาพได้ถึงไฟล์ RAW เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายและอุปกรณ์พื้นที่เก็บ
  • ใช้เทคโนโลยี machine learning ของ Adobe ที่ชื่อว่า Sensei ช่วยจัดการใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสำคัญ ๆ ให้กับภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การจัดการเก็บภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • เครื่องมือแชร์ในตัว สำหรับการแชร์ภาพลงโซเชียลมีเดีย รวมถึงสามารถสร้างเว็บสำหรับแสดงโชว์ภาพที่แชร์ผ่านลิงก์ หรือแชร์ผ่าน Adobe Portfolio ก็ได้เช่นกัน

Lightroom CC

โปรแกรม Lightroomเหมาะสมกับใคร

โปรแกรม Lightroom เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย การปรับแต่งไม่ซับซ้อนวุ่นวายและไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้าน Photoshop มาก่อนโปรแกรม Lightroom จึงเหมาะสำหรับช่างภาพทุกคน โดยเฉพาะใครที่ชอบถ่ายภาพเป็นไฟล์ RAW ยิ่งต้องหัดใช้ Lightroom ให้คล่องจะช่วยให้สามารถดึงประสิทธิภาพของไฟล์ RAW ของกล้องออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

Photoshop

Photoshop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ที่ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่ายและภาพกราฟฟิก ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และงานด้านมัลติมีเดีย อีกทั้งยังสามารถretouching ตกแต่งภาพและสร้างภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เราสามารถนำโปรแกรมPhotoshop ในการแต่งภาพ การใส่ Effect ต่าง ๆให้กับภาพและตัวหนังสือ การทำภาพขาวดำและการทำภาพถ่ายเป็นภาพเขียน การนำภาพต่างๆ มารวมกัน การRetouch ตกแต่งภาพ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมPhotoshop ยังเป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบบในทุกวงการย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshopจะประกอบด้วยโปรแกรมสองตัวได้แก่ Photoshop และ ImageReady การที่จะใช้งานโปรแกรม Photoshopคุณต้องมีเครื่องที่มีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหน่วยความจำที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นการสร้างงานของคุณคงไม่สนุกแน่

โปรแกรม Photoshop

ลักษณะงานที่เหมาะสมกับโปรแกรม Photoshop
งานที่เหมาะสมกับการใช้งานโปรแกรม Photoshop CS6 มีหลากหลายมา แล้วแต่ความต้องการของผู้ออกแบบเช่น งานรีทัชภาพ งานอาร์ทเวิรค์ งานโปสเตอร์ โปรชัวร์ แบนเนอร์ เป็นต้น

โปรแกรม Photoshop

ความสามารถพื้นฐานของ Adobe Photoshop ที่ควรทราบ

  1. ตกแต่งหรือแก้ไขรูปภาพ
  2. ตัดต่อภาพบางส่วน หรือที่เรียกว่า crop ภาพ
  3. เปลี่ยนแปลงสีของภาพ จากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้
  4. สามารถลากเส้น แบบฟรีสไตล์ หรือใส่รูปภาพ สี่เหลี่ยม วงกลม หรือสร้างภาพได้อย่างอิสระ
  5. มีการแบ่งชั้นของภาพเป็น Layer สามารถเคลื่อนย้ายภาพได้เป็นอิสระต่อกัน
  6. การทำ cloning ภาพ หรือการทำภาพซ้ำในรูปภาพเดียวกัน
  7. พิ่มเติมข้อความ ใส่ effect ของข้อความได้
  8. Brush หรือแปรงทาสี ที่สามารถเลือกรูปแบบสำเร็จรูปในการสร้างภาพได้และอื่นๆ อีกมากมา

PhotoScape

PhotoScape โปรแกรมแต่งรูปฟรีแวร์ที่มากไปด้วยความสามารถในการใช้งาน โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape ถือเป็นโปรแกรมฟรีแวร์ที่มาพร้อมกับเครื่องมือและฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับการแต่งรูปภาพครบครันและน่าใช้งานมากเลยทีเดียว คุณสามารถใช้งานโปรแกรมจัดการตกแต่ง แก้รูปภาพภาพได้ง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ความสามารถและเอฟเฟ็คลูกเล่นต่างๆ ให้เลือกใช้งานอีกมากมาย อาทิ เช่น การปรับสีภาพ การปรับแสง การปรับโหมดภาพ การใส่กรอบรูป การเรียงรูปภาพ แก้ไขรูปภาพ เพิ่มข้อความ เพิ่มตัวการ์ตูน ปรับแก้ไขตาแดง ทำสไลด์โชว์รูป และอื่นๆ อีกมากมาย

PhotoScape

หากคุณได้ลองใช้งานโปรแกรมแต่งรูป PhotoScape แล้วจะไม่ผิดหวังเลยทีเดียว เพราะความสามารถในการตกแต่งแก้ไขรูปภาพมีมากมาย ครันมากที่สุดอีกหนึ่งโปรแกรม แถมยังมีฟีเจอร์ฟังก์ชั่นต่างๆ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการแต่งรูปโดยเฉพาะ คุณสามารถตกแต่งรูปภาพได้ตามสไตล์ที่ต้องการแบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม PhotoScape พร้อมทั้งยังสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้งานได้ฟรี ล่าสุดรองรับการใช้งานภาษาไทยแล้ว

ฟังก์ชั่นและความสามารถของโปรแกรม PhotoScape

  1. สามารถจัดการรูปภาพ แสดงภาพ ดูรูปในโฟลเดอร์ต่างๆ รวมถึงการสร้างสไลด์
  2. สามารถปรับแต่งแก้ไขรูปภาพได้ เช่น ปรับขนาด ปรับสี ปรับแสง เพิ่มกรอบรูป เพิ่มข้อความ เพิ่มรูปภาพตัวการ์ตูน ลบตาแดงและอื่นๆ อีกมากมาย
  3. สามารถวาดรูป รีทัชแก้ไขรูปภาพ ตกแต่งภาพ ด้วยเครื่องมือ paint brush, clone stamp, effect brush
  4. สามารถรวมรูปภาพหลายๆ รวมให้มาอยู่ในรูปเดียวได้
  5. สามารถจัดรูปภาพ หมุนรูป ให้อยู่ในแนวตั้งหรือแนวนอนได้
  6. สามารถทำภาพเคลื่อนไหวอะนิเมชั่นต่างๆ โดยการรวมภาพ
  7. สามารถสั่งพิมพ์: สามารถพิมพ์ภาพ ปริ๊นภาพ
  8. สามารถแคบภาพจับหน้าจอ เซฟภาพบันทึกหน้าจอ
  9. สามารถซูมปรับขนาดภาพ ค้นหาและเลือกสี
  10. สามารถแปลงไฟล์รูปภาพ เปลี่ยนชื่อไฟล์
  11. สามารถเปลี่ยนนามสกุลภาพ เช่น จาก PNG เป็น JPG
  12. สามารถทำรูปภาพเรียง ทำกราฟ ทำปฏิทินต่างๆ
  13. สามารถค้นหาใบหน้าคล้ายกันได้
  14. รองรับการใช้งานภาษาไทย
  15. แจกใช้งานฟรี 100%

Inkscape

Inkscape คือโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างงานอาร์ตต่าง ๆ ได้อย่างดี เช่น แผ่นพับ, โบรชัวร์, ป้ายโฆษณา ข้อดีของโปรแกรมนี้คือให้ความละเอียดคมชัดของภาพสูง เนื่องจากไฟล์ภาพที่ได้เป็นภาพชนิดเวกเตอร์ และด้วยความที่ Inkscape เป็นโปรแกรมประเภท Opensource ทำให้ Download มาใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังสามารถใช้งานง่าย

Inkscape

Inkscape เป็นโปรแกรมวาดรูปแบบเวกเตอร์ (vector-based graphic) แบบเดียวกับ Adobe Illustrator ที่เป็นที่นิยมใช้กันในหมู่นักออกแบบวาดภาพ และนักออกแบบเว็บ นับเป็นเวลาปีกว่าแล้วหลังจาก Inkscape 0.46 ออกมาให้เราได้ใช้ (24 มีนาคม 2008) และวันนี้ 0.47 ก็ออกมาให้ใช้งานกันแล้ว

Inkscape

ใน 0.47 (เวอร์ชันยังไม่ถึง 1.0 เลย) มีความสามารถเพิ่มขึ้นจากเดิมดังนี้

  1. เซฟอัตโนมัติตามเวลา ช่วยแก้ปัญหาทำงานนานๆแล้วชอบลืมเซฟ
  2. มี effect แบบใหม่หลายอย่างเช่น Spiro splines, sketch, hatching, envelope deformation และสามารถเลือกใช้คำสั่งกับ group object ได้
  3. เพิ่ม auto smooth nodes ซึ่งจะสร้างเส้นโค้งที่เนียนกว่า ซึ่งแต่เดิมต้องใช้วิธีสร้างจุด node หลาย ๆ จุดเพื่อให้โค้งเนียน
  4. เพิ่มฟิลเตอร์ให้มากขึ้น
  5. เพิ่มคุณภาพในการส่งออกไฟล์แบบ PS และ EPS
  6. ตรวจสอบคำสะกดผิดได้แล้ว แต่คงยังไม่รองรับการตรวจสอบคำผิดในภาษาไทย (แต่ใช้ภาษาไทยได้นะ)
  7. เพิ่ม extension ใหม่ ๆ เช่น restacking, calendar, printing marks เป็นต้น
  8. การปรับปรุงอื่นๆ ที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ใช้หน่วยความจำน้อยลง แก้บั๊กต่างๆ

Gimp

หนึ่งในโปรแกรมแต่งรูปสำหรับใช้แทน Photoshop ที่ดีที่สุด มีเครื่องมือครบครัน ใช้ได้ทั้งบน Windows, iOS และ Android พร้อมทั้งมี Tutorial ออนไลน์สอนใช้งานอีกมากมาย

Gimp

โปรแกรม GIMP (กิ๊ม) คืออะไร
ในปัจจุบันความต้องการของมนุษย์นั้นไม่มีวันสิ้นสุดไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำ หรือการใช้ทาด้านเทคโนโลยีที่มีความพัฒนาไปทุกๆวันทางด้านของโปรแกรมต่างๆทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาตามควมต้องการในกรใชงานของมนุษย์ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกันตามยุคตามกาลสมัยแล้สมนุษย์ล้วนแล้วแต่มีความชอบหรือความต้องการตามเทรนหรือแฟชั่น และในทุกวันนี้นิยมสนใจในเรื่องของงานทางด้านกราฟฟิก ไม่ว่าจะเป็นงานวาด หรือจัดทำสื่อต่างๆก็ตามล้วนแล้วแต่มีทางด้านกรฟฟิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกันทั้งนั้น และงานที่เกี่ยวกับทางด้านกราฟฟิกนี้ถือเป็น ยุคสมัยนิยมที่ผู้คนให้ความสนใจและกำลังเป็นที่ตอบรับตามความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน โปรแกรมตัวหนึ่งที่ถือได้ว่าช่วยในเรื่องของงานทางด้านกราฟฟิกที่มีความสามารถไม่แพ้กับโปรแกรมตัวอื่นในการใช้งานเกี่ยวกับการสร้างชิ้นงานทางด้านกราฟฟิกส่วนใหญ่ที่เรามักจะรู้จักกันดีจะมีโปรแกรม PhotoshopหรือIllustratorแต่ยังมีอีกตัวหนึ่งหนึ่งนั่นก็คือ โปรแกรม GIMP (กิ๊ม)

Gimp

GIMP ย่อมาจาก GNU Image Manipulation Program (จีเอ็นยู อิมเมจ มานิพูเลชัน โปรแกรม) เป็นโปรแกรมตกแต่งภาพเช่นเดียว กับ Photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆที่ทำงานเกี่ยวกับด้านกราฟฟิก ตแ่อาจจะมีความสามารถที่ด้อยกว่า Photoshop
อยู่บางส่วนแต่โปรแกรม GIMP (กิ๊ม) สามารถดาวโหลดมาใช้งานได้ฟรี โดยที่เราไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย จุดเด่นของโปรแกรม GIMP (กิ๊ม) อีกรูปแบบหนึ่งคือการตกแต่งภาพให้มีทั้ง แสง และเงา ความโค้งเว้า และสีสันของชิ้นงานที่เราต้องการ โดยใช้เครื่องมือในการตกตแ่งภาพแต่ประสิทธิภาพในการใช้งานของตัวโปรแกรมนั้นอาจจะยังสู้โปรแกรม อื่นๆไม่ได้เท่าไหร่นัก

ในการเลือกใช้งานโปรแรกมทางด้านกราฟฟิกนั้นมีอยู่หลากหลายโปรแกรมให้เราเลือกใช้ขึ้นอยู่ที่ความถนัดและตามเนื้องานของผลงานที่เราต้องการไม่ว่าจะเป็นตัวโปรแกรมไหนเราสามารถใช้งานให้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานเราเองสามารถเลือกได้ว่าเราถนัดโปรแกรมไหนเพื่อใช้งา

แก้ปัญหา Blue Screen Windows 10

Blue Screen บน Windows 10

สำหรับผู้ใช้งาน Windows ทุกเวอร์ชั่น อาจเคยประสบปัญหา หน้าจอขึ้นสีฟ้า และมีข้อความแสดงอะไรสักอย่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ไอที อาจไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้าโชคดี รีสตาร์ท Windows ก็กลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่ก็ไม่่แน่เสนอไป เพราะบางคนก็แก้ไขไม่ได้

แก้ปัญหา Blue Screen Windows 10

Blue Screen เกิดจากอะไร

ปัญหาที่เกิดหน้าจอสีฟ้า หรือ Blue Screen บน Windows นั้น ส่วนใหญ่มาจากโปรแกรมที่มีการติดตั้งเสริม และอาจทำให้ระบบบางส่วนของ Windows มีปัญหา รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ไม่สัมพันธ์กับ Windows เอง ซึ่งแนวทางแก้ไขก็คือ ถอดถอนโปรแกรมที่มีปัญหา หรือสำหรับฮาร์ดแวร์ ก็คงต้องไปหา driver ของโปรแกรมมาติดตั้งให้ถูกต้อง และสามารถใช้งานได้กับ Windows นั้นๆ

แนวทางแก้ไข Blue Screen บน Windows 10

สำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 โดยเฉพาะ กรณีเกิดปัญหา เราสามารถสั่งให้ Windows ทำการตรวจสอบและทำการแก้ไขปัญหา Blue Screen ได้อัตโนมัติ เพียงแค่ทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. กดปุ่ม Windows log + S เพื่อค้นหา
  2. พิมพ์คำว่า Find and Fix Bluescreen Problems
  3. กดเลือกเปิดโปรแกรม
  4. จะพบหน้าต่าง Blue Screen
  5. กดปุ่ม Next เพื่อสั่งให้โปรแกรมเร่ิ่มตรวจสอบปัญหา
  6. รอสักครู่ โปรแกรมจะเริ่มตรวจสอบ
  7. ถ้าพบ โปรแกรมจะทำการแก้ไขให้อัตโนมัติ
  8. ให้ดูว่า มีข้อความ “Fixed” หรือไม่ ถ้ามีแสดงว่า แก้ไขได้แล้ว

จากนั้น ก็เป็นขั้นของการทดสอบว่า ปัญหานี้นี้ สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่  อย่างน้อยก็ไม่เสียเวลาเอาเครื่องคอมฯ ไปให้ที่ร้านซ่อมทำการตรวจสอบและแก้ไข แถมประหยัดได้ทั้งเงินและเวลาอีกด้วย

หวังว่า ทิปนี้คงช่วยให้หลายๆ คนมีความสุขกับการแก้ไขปัญหาคอมฯ ด้วยตัวเองน่ะครับ ฝาก Like and Share ให้ด้วยก็จักขอบพระคุณมากครับ

วิธีอัพเกรด Windows 10 Home เป็น Windows 10 Pro

Windows 10 Pro ดีอย่างไร

สำหรับผู้ใช้งาน Windows ทุกเวอร์ชั่น ถ้าคุณยังไม่ได้เปลี่ยนมาเป็น Windows 10 แนะนำให้รีบเปลี่ยนครับ เพราะ Microsoft เอง เน้นการพัฒนาและแก้ไขปัญหาใหม่ๆ กับ Windows รุ่นล่าสุดเสมอ ของเก่า ก็อาจได้รับการสนับสนุน แต่ไม่เท่ากับของใหม่แน่นอน และที่สำคัญ Windows เก่าๆ อาจหมดประกันแล้วก็ได้

วิธีอัพเกรด Windows 10 Home เป็น Windows 10 Pro

ความแตกต่างของ Windows 10 Home กับ Pro

สำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน อาจไม่เห็นที่ความแตกต่างกันมากนักกับ Windows 10 Home และ Windows 10 Pro แต่สำหรับผู้ที่ทำงานในองค์กรแล้ว สำคัญมากครับ เพราะการทำงานในองค์กร เน้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยในเครือข่าย การควบคุมการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่ง Windows 10 Home จะไม่มีความสามารถในเรื่องเหล่านี้

วิธีอัพเกรด Windows 10 Home เป็น Windows 10 Pro

วิธีการอัพเกรด Windows 10 หรือ Windows เวอร์ชั่นอื่นๆ นั้น ก็อาจมีความแตกต่างกันบ้าง ทั้งนี้ ขึ้นกับความต้องการของผู้ใช้ อย่างเช่น ถ้าต้องการอัพเกรดแบบไม่ต้องการลง Windows ใหม่ ก็สามารถทำได้ โดยการเปลี่ยน product key แต่บางคนอาจต้องการเปลี่ยนเป็น Windows 10 Pro แบบลงใหม่ ก็จำเป็นจะต้องมีแผ่นติดตั้ง หรืออาจใช้ USB Flash Drive ในการติดตั้งก็ได้เช่นกัน เอาอย่างนี้ เรามาดูวิธีการติตดั้งในแต่ละรูปแบบกันครับ

อัพเกรดโดยการเปลี่ยน Product Key

  1. คลิกปุ่ม Start
  2. คลิกเลือก Settings (ไอคอนรูปฟันเฟือง)
  3. เลือกคำสั่ง Update and security
  4. เลือกเมนู Activation
  5. เลือก Change product key (มี 25 ตัวอักษร)
  6. คลิก Next เพื่ออัพเกรด Windows 10 Home เป็น Windows 10 Pro

อัพเกรดโดยการติดตั้งใหม่หมด (clean install)

  1. ก่อนเริ่มติดตั้ง แนะนำให้การสำรองข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของเราก่อน โดยการ copy ไปยังหน่วยความจำภายนอก ประเภท USB Hard disk
  2. ให้เตรียมแผ่น CD Windows 10 Pro หรือ USB Flash Drive ที่มีตัวโปรแกรม Windows 10 Pro ติดตั้งอยู่
  3. เริ่มทำการ Boot ด้วยแผ่น CD หรือ Flash Drive (คอมพิวเตอร์บางรุ่น สามารถกดปุ่ม F12 เพื่อกำหนดให้คอมพิวเตอร์ boot จากอะไรก่อนหลังได้)
  4. จากนั้น จะพบหน้าต่างการติตดั้ง Windows
  5. ทำตามขั้นตอนที่หน้าจอแสดง จากนั้นก็กดปุ่ม Next
  6. จะพบขั้นตอนหนึ่งให้ใส่ product key ของ Windows 10 pro
  7. เลือกใส่หมายเลขที่มาพร้อมกับแผ่น CD
  8. ทำตามขั้นตอนต่อไปจนกระทั่งเสร็จ

ทิปเพิ่มเติม  สำหรับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ อาจประสบปัญหาอัพเกรดไม่ได้ เพราะ Windows ไม่มีหน้าจอให้ใส่ Product key ทำให้การอัพเกรดไม่ผ่าน เป็น Windows 10 Home เหมือนเดิม  แนะนำว่า ให้หาแผ่น Windows 10 Pro เก่าๆ มาใช้แทนแผ่นใหม่ล่าสุดจาก Microsoft ทั้งนี้ อาจะเป็นเพราะมีการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ในส่วนของ hardware ก็เป็นได้ ปัญหานี้ เคยเกิดขึ้นจริงกับผมที่ใช้ notebook LENOVO ideapad 720s

ตรวจสอบ BIOS

อีกหนึ่งปัญหาที่ตรวจพบที่ทำให้อัพเกรดไม่ผ่าน คือ การ setup ของ BIOS ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกับ notebook รุ่นใหม่ๆ จะใช้ SSD เป็นหน่วยความจำแทน hard disk ลองตั้งค่าการใช้งานในส่วนของ UEFI (Unified Extensible Firmware Interface) ซึ่งเป็นเฟิร์มแวร์มาตราฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์แทน Legacy BIOS

วิธีทำ Windows 10 ให้เหมือนใหม่

เรื่องปกติของผู้ใช้ Windows

การใช้งานคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ macOS ก็จะพบปัญหาอย่างหนึ่ง นั่นคือ คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงไปมาก ซึ่งปัญหาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโปรแกรมที่มีการติดตั้งเพิ่มเติม เรื่องของพื้นที่ที่น้อยเกินไป หรือแม้กระทั่งเรื่องของไวรัส สปายแวร์ ก็ทำให้คอมฯ ทำงานช้าลงได้

วิธีทำ Windows 10 ให้เหมือนใหม่

แก้ปัญหา Windows ทำงานช้าลง

วิธีแก้ไขปัญหาของ Windows ที่ทำงานช้า ก็คงต้องตรวจสอบโดยละเอียดว่า มาจากสาเหตุใด ซึ่งต้องใช้ผู้ชำนาญการในระดับหนึ่ง ถึงจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด แต่ถ้าจะให้ดี เราสามารถแก้ไขได้โดยการ ลง Windows ใหม่ ซึ่งต้องใช้ผู้ที่ชำนาญเช่นเดียวกัน แต่มีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ง่าย นั่นคือ การ reset Windows

Reset Windows คืออะไร

การ Reset Windows คือการลบโปรแกรมต่างๆ ที่มีการติดตั้งเข้ามาใหม่ รวมถึงการลบไฟล์ข้อมูลที่เพิ่มเติมเข้ามา (สามารถเลือกจะลบหรือไม่ก็ได้) ซึ่งผลก็คือ ทำให้คอมพิวเตอร์ของเรา เหมือนใหม่ เหมือนตอนที่เพิ่งเปิดเครื่องคอมฯ และติดตั้ง Windows ใหม่ๆ  ใครสนใจกวิธีนี้ก็ลองดูรายละเอียดวิธีการทำ reset Windows ได้เลยครับ

วิธี Reset Windows

  1. เปิดคอมพิวเตอร์ เข้า Windows ปกติ
  2. คลิกเมนู Start
  3. เลือกคำสั่ง Setting (รูปฟันเฟือง)
  4. เลือกหัวข้อ Update & Security
  5. เลือกเมนู Recovery
  6. เลือกหัวข้อ Reset this PC โดยการคลิกปุ่ม Get started
  7. จากนั้น จะพบหน้าต่างและมีทางเลือก 2 ข้อคือ
    1. Keep my files (เก็บไฟล์งาน เก่าๆ ไว้)
    2. Remove everything (ลบทุกอย่าง ยกเว้น Windows)
  8. เลือกทางเลือกข้างต้นที่ต้องการ แต่ถ้าคุณยังไม่ได้มีการสำรองข้อมูล แนะนำเลือกข้อแรก
  9. จากนั้น จะพบหน้าต่างอีกหน้าต่าง โดยมีการเลือก 2 ข้ออีก คือ
    1. Just remove my files
    2. Remove files and clean the drive
  10. หลังจากเลือกได้แล้ว จะพบหน้าต่างให้ ยืนยัน Reset อีกครั้ง
  11. จากนั้นก็ลองจนกระทั่ง Windows ทำการ reset จนเสร็จ

จาการทดสอบจริง พบว่า ใช้เวลานานพอสมควร ประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นกับขนาดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ และข้อมูลที่มีในเครื่องทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ค่อนข้างคุ้มค่ามาก เพราะเหมือนได้คอมฯ ใหม่ แต่ก็เสียเวลาติตดั้งโปรแกรมใหม่ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะไม่ต้องเสียเงินให้กับช่าง อย่างน้อยก็สัก 300-500 บาท

ทิปแก้ปัญหาเปลี่ยนภาษา Windows 10

Windows 10 เปลี่ยนภาษาเพี้ยน

มีใครใช้งาน Windows 10 แล้วมีปัญหาแบบนี้บ้าง เวลาจะเปลี่ยนภาษาจากอังกฤษ มาเป็นภาษาไทย หรือสลับกัน ปกติพอกดปุ่มเปลี่ยนภาษาหนึ่งครั้ง ภาษาจะเปลี่ยนสลับไปมา ไทยกับอังกฤษ ไม่ทราบว่าอะไร วันดีคืนดี ก็มีภาษาอังกฤษ ซ้อนขึ้นมา 2 อัน ทำให้เวลาจะเปลี่ยนภาษาเกิดความยุ่งยากพอสมควร 

switch-input-language

วิธีแก้ไขการเปลี่ยนภาษาบน Windows 10

วิธีแก้ไขการเปลี่ยนภาษาบน Windows 10

  1. กดปุ่ม Windows ค้างตามด้วยกปุ่ม S  หรือ Windows + S
  2. พิมพ์คำว่า “Region & Language Settings”
  3. คลิกตัวเลือกด้านขวามือ “Administrative languages settings”
  4. จะพบหน้าต่าง Region ให้ดูที่แท็บ Administrative
  5. คลิกปุ่ม Copy settings
  6. ที่ด้านล่าง ให้คลิกเลือกถูกทั้งสองหัวข้อ
    1. Welcome screen and system accounts
    2. New user accounts
  7. คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยัน
  8. คลิกปุ่ม OK อีกครั้ง เพื่อกลับมาหน้าปกติ
  9. ทดสอบใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ถ้ายังมีปัญหา แนะนำให้ลอง Restart Windows สักครั้ง และทดสอบการเปลี่ยนภาษาอีกครั้ง ส่วนตัวก็เคยเกิดปัญหานี้ และสามารถแก้ไขได้ตามคำแนะนำข้างต้น

วิธีเอา Notebook มาทำเป็น mobile hotspot

mobile hotspot จากสมาร์ทโฟน

ปกติแล้ว เรามักจะมีการตั้งค่า mobile hotspot จากสมาร์ทโฟน และแชร์ให้เครื่องอื่นได้ใช้งานอินเตอร์เน็ต แต่ว่าการประมวลผลจะค่อนข้างจำกัด สาเหตมาจากประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถทำ mobile hotspot จาก notebook ของเราได้โดยตรง รับรองประสิทธิภาพในการแชร์ดีกว่ามาก ถ้าสนใจก็ทดลองทำได้เลย

วิธีเอา Notebook มาทำเป็น mobile hotspot

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำ mobile hotspot

  • Desktop / Notebook ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและต้องมีอุปกรณ์ Wi-Fi  (เพื่อแชร์สัญญาณ) ทำตัวเป็น mobile hotspot
  • ลิงค์การเชื่อมต่ออินเตอร์ผ่าน อาจใช้ผ่าน LAN / Wi-Fi / Cellular Data
  • สมาร์ทโฟน / notebook ที่ต้องการเชื่อมต่อเน็ตไปยัง mobile hotspot

วิธีการตั้งค่า mobile hotspot บนคอมพิวเตอร์

setup-mobile-hotspot-notebook

  1. เข้า Windows 10
  2. กดปุ่ม Windows log + S
  3. พิมพ์คำค้นหา “Mobile hotspot” จากนั้นให้คลิกเลือก
  4. จะพบหน้าต่าง mobile hotspot ให้ตั้งค่าดังนี้
    1. Mobile hotspot ให้คลิกเลือก On
    2. Share my internet connection from ให้คลิกเลือก Wi-Fi
    3. Share my internet connection over ให้คลิกเลือก Wi-Fi
    4. ให้คลิก Edit ในหัวข้อถัดมา เพื่อตั้งชื่อ hotspot ของเรา ส่วน network password ให้ตั้งค่า รหัสผ่านตามต้องการ
    5. สำหรับบรรทัดที่แสดงคำว่า Devices connected เป็นตัวบ่งบอกว่า มีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่เท่าไหร่ รวมทั้งทำให้เราทราบได้ว่า คอมพิวเตอร์ของเรานั้น สามารถรองรับการเชื่อมต่อเท่าไหร่อีกด้วย จากภาพจะเห็นว่า notebook ของผม รองรับการเชื่อมต่อได้ถึง 8 devices

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถตั้งค่า mobile hotspot เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ก็ลองนำอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไป ค้นหาชื่อของ Wi-Fi ตามที่เราตั้งค่าไว้ดู

ประโยชน์ของ mobile hotspot

นอกเหนือจากการแบ่งปันสัญญาณอินเตอร์เน็ตแล้ว ยังมีอีกเหตผลหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ สามารถใช้ในกรณีที่เรามีเพื่อนมาที่บ้าน ไม่ว่าจะบ้านไกล้เรือนเคียง หรือเพื่อนที่อยู่ไกลๆ และเราไม่ต้องการบอกรหัสผ่านที่เราตั้งค่าไว้บนอุปกรณ์ Router แต่ให้รหัสผ่านที่เราสร้างชั่วคราวบนคอมพิวเตอร์ที่ปล่อยสัญญาณ hotspot  ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสผ่านบน Router หลังจากที่เพื่อนบ้านกลับไปแล้ว..