ไมโครซอฟท์แพลนจะยกเลิกการล็อกอิน Windows 10

การตั้งพาสเวิร์ดของผู้ใช้น่าจะเป็นหนึ่งในปัญหาที่น่าปวดหัว สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องไอทีด้านความปลอดภัย ล่าสุดไมโครซอฟท์เลยกำลังแพลนจะยกเลิกการล็อกอิน Windows 10 ด้วยพาสเวิร์ดและอาศัย Windows Hello หรือ PIN แทน

ไมโครซอฟท์เคยแย้งเอาไว้ด้วยว่า PIN มีความปลอดภัยมากกว่า เพราะความเป็นตัวเลข (ไม่ใช่ตัวหนังสือที่รวมเป็นคำ) รวมถึงตัว PIN จะถูกเก็บอยู่ใน TPM บนเครื่องด้วย

ขณะที่ฝั่งองค์กรไมโครซอฟท์ก็พยายามผลักดันแบบเดียวกัน โดยจะเน้นให้ใช้งานระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นด้วย ไม่ว่าจะผ่านกุญแจ FIDO หรือ Microsoft Authenticator ก็ตาม อย่างล่าสุดก็เพิ่งปล่อยฟีเจอร์ล็อกอินไม่ใช้รหัสผ่านบน Azure AD

ประกาศปล่อยอัพเดตของ Windows 10 May 2019 Update แล้ว

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows 10 v1903 มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แต่ขอเวลาทดสอบนานเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาแบบเดียวกับ v1809 และจะปล่อยไฟล์อัพเดตในช่วงเดือนพฤษภาคม 2019 โดยใช้ชื่อว่า Windows 10 May 2019 Update ตามชื่อเดือนที่ปล่อยอัพเดต (แม้จะพัฒนาเสร็จมาตั้งแต่เดือนมีนาคมก็ตาม)

วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศปล่อยอัพเดตของ Windows 10 May 2019 Update แล้ว ผู้ใช้สามารถกดเช็คได้จากหน้า Settings > Update ได้ตามปกติ ส่วนผู้ใช้กลุ่มองค์กรก็ดาวน์โหลดได้จากช่องทางของตัวเอง ทั้ง Windows Server Update Services (WSUS), Windows Update for Business และ Volume Licensing Service Center (VLSC)

No Description

ไมโครซอฟท์ยังเปิดหน้าเว็บ Windows health dashboard เพื่อแสดงสถานการณ์ของ Windows แต่ละรุ่นว่ามีรายงานบั๊กไหนเข้ามาบ้าง และสถานะของบั๊กนั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้เข้ามาตรวจเช็คได้ว่าเจอปัญหาเดียวกับที่ไมโครซอฟท์กำลังแก้ไขอยู่หรือไม่

ของใหม่ที่สำคัญใน Windows 10 v1903 ได้แก่ ธีมสีสว่างตัวใหม่ (light theme), แยกกล่อง Search/Cortana ออกจากกัน, Windows Sandbox สำหรับรันแอพที่ไม่ปลอดภัย (Home ใช้ไม่ได้), เพิ่มฟีเจอร์ให้ Notepad, เพิ่มฟีเจอร์ให้ Command Prompt, Windows Update สามารถหยุดพักการอัพเดตได้

No Description

No Description

 

No Description

Windows Core OS ระบบปฏิบัติการยุคใหม่

ข่าวของ Windows Core OS ระบบปฏิบัติการตัวแกนหลักของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นการนำแกนของ Windows 10 ไปรันบนอุปกรณ์หลายๆ ประเภท (รวมถึง Surface Phone หรืออุปกรณ์พกพาชนิดใหม่ที่ลือกันมานาน)

ไมโครซอฟท์ไม่เคยพูดถึงชื่อ Windows Core OS ออกมาตรงๆ แต่ประกาศของไมโครซอฟท์ในงาน Computex 2019 ก็ได้เอ่ยถึง “ระบบปฏิบัติการยุคใหม่” (ใช้คำว่า modern OS) ที่ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • seamless update อัพเดตระบบปฏิบัติการเบื้องหลังโดยผู้ใช้ไม่ต้องรู้ตัว และไม่ขัดจังหวะการทำงานของผู้ใช้
  • secure by default ปลอดภัย แยกส่วนของระบบปฏิบัติการออกจากแอพพลิเคชัน หากถูกโจมตีก็ไม่กระทบ
  • always connected ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาผ่าน Wi-Fi, LTE, 5G
  • sustained performance หยิบมาใช้ต้องพร้อมใช้งานทันที และแบตเตอรี่ใช้ได้นานจนไม่ต้องพะวง
  • cloud connected เชื่อมโยงพลังประมวลผลจากคลาวด์
  • AI คาดเดาล่วงหน้าว่าผู้ใช้จะต้องทำอะไรในอนาคต
  • multi-sense รองรับอินพุตหลากหลาย ปากกา เสียง สัมผัส นัยน์ตา คีย์บอร์ด เมาส์
  • form factor agility ใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลายประเภท

ไมโครซอฟท์บอกว่านี่คือวิสัยทัศน์ที่ต้องการไปให้ถึง โดยจะลงทุนพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้อย่างต่อเนื่องให้บรรลุเป้าหมาย

แอพYour Phone ของ Windows 10 ซิงก์กับ Android ได้แล้ว

หลังจากไมโครซอฟท์แพ้สงครามสมาร์ทโฟน ทางออกเดียวที่เหลืออยู่คือ “เข้าร่วม” และใน Windows 10 v1809 เมื่อปีที่แล้ว ก็เพิ่มฟีเจอร์ Your Phone ให้พีซีสามารถซิงก์ข้อมูล (บางอย่าง) กับสมาร์ทโฟนได้

 

Your Phone เวอร์ชันแรกยังมีความสามารถน้อย รองรับเฉพาะการซิงก์รูปภาพและ SMS เท่านั้น แต่หลังจากเวลาผ่านมาเกือบปี ไมโครซอฟท์ก็เพิ่มฟีเจอร์ให้ Your Phone สามารถซิงก์ข้อความ notification จากสมาร์ทโฟน (รองรับเฉพาะ Android) มาดูบนพีซีได้แล้ว และถ้าปัดทิ้งบนพีซี ข้อความแจ้งเตือนบนสมาร์ทโฟนก็จะหายไปด้วย

ฟีเจอร์นี้ต้องใช้กับ Windows 10 v1803 เป็นต้นไป และอัพเดตแอพ Your Phone เป็นเวอร์ชันล่าสุด

Windows 10 20H1เพิ่มฟีเจอร์ Eye Control ใช้นัยน์ตาควบคุมและสั่งงาน

ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Preview Build 18932 (20H1) รุ่นทดสอบที่จะออกตัวจริงในปีหน้า (รุ่น 19H2 ที่จะออกปลายปีนี้จะไม่มีฟีเจอร์ใหม่มากนัก เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ)

ของใหม่ใน Build 18932 คือฟีเจอร์ Eye Control ใช้นัยน์ตาควบคุมและสั่งงาน (ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ eye tracking) ซึ่งไมโครซอฟท์เริ่มรองรับมาตั้งแต่ปี 2017 แต่เพิ่มความสามารถขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการทำ drag-and-drop ใช้นัยน์ตาลากวัตถุแล้วมาวางได้แบบเดียวกับการใช้เมาส์ (ผู้ใช้สามารถกดปุ่ม Ctrl/Shift บนคีย์บอร์ดช่วยได้ด้วย)

Image result for Eye Control

ฟีเจอร์ Eye Control เน้นใช้กับผู้พิการหรือมีปัญหาในการใช้อินพุตประเภทอื่นๆ เป็นหลักซึ่งรอบนี้ไมโครซอฟท์ก็ปรับปรุงให้ Eye Control ทำงานได้ดีขึ้นจากความเห็นของผู้ใช้ในเวอร์ชันก่อนๆ

ของใหม่อีกอย่างใน Build 18932 คือปรับหน้าจอตั้งค่า Notification อีกเล็กน้อย ให้ผู้ใช้สามารถปิดเสียงการแจ้งเตือนได้จากหน้าจอนี้เลย (ไม่ต้องเข้าหน้า Sound แยกต่างหาก) และสามารถดูรายชื่อแอพได้ว่ามีแอพไหนบ้างส่งการแจ้งเตือนมาหาเรา โดยเลือกดูจากลำดับของข้อความล่าสุดได้

พบบั๊กแปลกๆ ใน Windows 10 เวอร์ชัน 1809

มีรายงานว่าพบบั๊กแปลกๆ ใน Windows 10 เวอร์ชัน 1809 (October 2018 Update) ว่าหากเสียบหรือถอดอุปกรณ์ USB-C ระหว่างชัตดาวน์หรือเข้าโหมดสลีป อาจกินเวลานานกว่าปกติ

ไมโครซอฟท์ระบุในบล็อกว่าบั๊กดังกล่าวเกิดจากซอฟต์แวร์ USB Type-C Connector System Software Interface (UCSI) ของอินเทลใน Windows 10 เวอร์ชัน 1809 ว่าหากผู้ใช้เสียบหรือถอดอุปกรณ์ที่พอร์ต USB-C เช่น docking station หรือสายชาร์จ ระหว่างการชัตดาวน์หรือสลีป อาจทำให้ขั้นตอนนี้กินเวลานานขึ้นถึง 60 วินาที

อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ยืนยันว่าบั๊กนี้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ แต่อย่างใด และพีซีกับอุปกรณ์นั้นๆ ควรทำงานได้ตามปกติเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา

บั๊กนี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน Windows 10 เวอร์ชัน 1903 ที่เพิ่งปล่อยออกมาเดือนที่แล้ว หรือหากใครยังไม่อัพเดตแล้วเจอปัญหาข้างต้น ก็แค่อย่าเสียบหรือถอดอุปกรณ์ USB-C ตอนชัตดาวน์หรือสลีปก็พอ

Game Bar บน Windows 10 ได้รับอัพเดตเพิ่มฟีเจอร์ใหม่

เมื่อปลายเดือนทีเพิ่งผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ออกอัพเดตใหม่ให้กับ Xbox Game Bar แอพที่เกมเมอร์สามารถใช้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ Windows 10 มีให้ใช้งานขณะกำลังเล่นเกมผ่านการกดคีย์ลัด Windows + G เพื่อยกเครื่องตัวแอพครั้งใหญ่

โดยได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ซึ่งน่าจะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกมเข้ามาหลายอย่าง จากเดิมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้เพียงแค่การจับภาพสกรีนช็อต/อัดวิดีโอ, แคสต์เกม หรือเช็กแบตเตอรี่จอย Xbox เท่านั้น

ฟีเจอร์ที่แอพ Xbox Game Bar เวอร์ชันใหม่ มีให้ใช้งานพอสรุปได้ดังนี้

  1. เลือกเปิดเพลงขณะกำลังเล่นเกมได้สะดวกขึ้นผ่านตัวควบคุมซึ่งสามารถสั่งเล่นเพลงผ่านแอพ Spotify
  2. เพิ่มระบบแชทและโซเชียล คุยหรือดูการแคสต์เกมของเพื่อนผ่าน Game Bar ได้เลย
  3. เพิ่มฟีเจอร์ Looking for Group หาผู้เล่นใหม่ๆ มาร่วมทีม/เข้าปาร์ตี้เดียวกันได้ง่ายขึ้น
  4. ปรับปรุงตัวจับภาพสกรีนช็อตให้ผู้เล่นสามารถใส่ข้อความประกอบภาพ ใช้สร้าง Meme ได้ในไม่กี่คลิก
  5. ผู้เล่นสามารถปรับแต่ง UI ได้เอง เลือกแสดง/ซ่อน, ปักหมุด หรือย้าย widget บน Game Bar ได้ตามต้องการ

อย่างไรก็ตามอัพเดต Xbox Game Bar ข้างต้นจะสามารถใช้งานได้กับ Windows 10 เวอร์ชัน 1809 หรือใหม่กว่าเท่านั้น ท่านใดยังไม่ได้รับอัพเดตล่าสุดเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Microsoft Store 

พบ Bug ใน Windows 10 เสียบ USB-C เข้าสู่เครื่องนั้นอาจทำให้เครื่องมิสิทธิ์ Shut Down

Windows 10 เวอร์ชั่นเก่าจะมีปัญหาใหม่ให้ปวดหัวกันอีกแล้ว กับ Bug ใหม่ที่น่าจะก่อความรำคาญให้กับผู้ใช้งานได้อย่างที่สุด เมื่อมีผู้ค้นพบว่าการเสียบ USB-C เข้าสู่เครื่องนั้นอาจทำให้เครื่องมิสิทธิ์ Shut Down ตัวเองช้าลงกว่า 60 วินาทีเลยทีเดียว

ซึ่ง Bug ตัวนี้ได้รับการยืนยันจากทาง Microsoft แล้วว่าเกิดขึ้นจริง โดยเป็น Bug ของ Windows 10 เวอร์ชั่น 1809 ซึ่งเกิดจาก USB Type-C Connector System Software Interface หรือ USIC ของทาง Intel ที่ถ้าหากมีการถอดเสียบหรือใช้งาน USB-C ในระหว่างที่เครื่องกำลังทำการ Shut Down หรือเข้าโหมด Sleep นั้นจะมีช่วงเวลาที่ช้าลงกว่าเดิมถึง 60 วินาทีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม Bug ตัวนี้ไม่ได้ส่งผลลบใด ๆ ต่อระบบนอกเหนือไปจากการปิดตัวหรือเข้าโหมด Sleep ช้าลงเท่านั้น และหลังจากปิดเครื่องไป กระบวนการในการ Shut Down นั้นจะกลับมาเป็นปกติ ซึ่ง Windows 10 เวอร์ชั่น 1903 ก็ได้ทำการแก้ไข Bug ดังกล่าวนี้ไปแล้ว พร้อมกับแนะนำให้ผู้ใช้งานอัพเดตระบบปฏิบัติการ Windows 10 ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ด้วย

ใครที่ใช้ Windows 10 เวอร์ชั่นเก่าอยู่และยังไม่ได้อัพเดต ก็ตรวจช่องเสียบ USB ให้ดี ๆ ก่อนปิดเครื่อง พร้อมกับอัพเดตระบบปฏิบัติการกันด้วย

Windows 10 ปรับหน้าจอ Language Settings ใหม่

หน้าจอตั้งค่าภาษาและภูมิภาคของ Windows ถูกเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงมีปัญหาสำคัญคือ ผู้ใช้ต้องแยกไปตั้งค่าภาษาในเรื่องต่างๆ (เช่น คีย์บอร์ด, ภาษาแสดงผล, หน่วยแสดงผล) ในหน้าจอที่แตกต่างกันไป สร้างความสับสนว่าจะต้องไปตรงไหนกันแน่

ล่าสุดใน Windows 10 Insider Build 18922 (20H1) ไมโครซอฟท์จึงปรับหน้าตาของ Language Settings ใหม่เล็กน้อย แสดงหมวดหมู่ของการตั้งค่าภาษา 5 อย่างคือ Windows displays, Apps & websites, Regional format, Keyboard, Speech รวมกันไว้ที่หน้าเดียว พร้อมแสดงให้เห็นด้วยว่าแต่ละหมวดตอนนี้ตั้งค่าเป็นภาษาอะไรบ้าง

การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มใช้ใน Windows 10 เวอร์ชัน 20H1 ที่จะออกช่วงต้นปีหน้า 2020

ที่มา:Microsoft

Windows 10 Insider Preview Build 18917 รุ่นทดสอบของ Windows 10 20H1 จะออกในปีหน้า

ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Preview Build 18917 ซึ่งเป็นรุ่นทดสอบของ Windows 10 20H1 ที่จะออกในปีหน้า

ของใหม่ที่สำคัญคือ Windows Subsystem for Linux 2 ที่ประกาศตอนงาน Build 2019 ถูกผนวกเข้ามาใน Insider แล้ว

จุดเด่นของ WSL2 เหนือ WSL1 คือมันใช้เคอร์เนลลินุกซ์ตัวเต็ม แล้วรันอยู่ใน VM ขนาดเบา (lightweight) ที่ทำงานได้เร็วและกินทรัพยากรน้อย ผลคือมันเข้ากันได้กับลินุกซ์เต็มรูปแบบ (รัน Docker ได้, ใช้ระบบไฟล์เสมือนได้) และมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นแรกถึง 20 เท่า

ของใหม่อีกอย่างในรุ่นนี้คือ Settings เพิ่มตัวเลือกจำกัดแบนด์วิดท์การดาวน์โหลดไฟล์อัพเดต (Delivery Optimization) จากเดิมที่ระบุได้เป็นเปอร์เซนต์ของความเร็วเน็ตอย่างเดียว ตอนนี้สามารถใส่เป็นจำนวน Mbps ได้แล้ว

ที่มา: Microsoft