Microsoft ตั้งเป้าให้ Xbox Scarlett เฟรมเรทที่สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม

Project Scarlett ถือเป็นโปรเจคเครื่องคอนโซลใหม่ที่ทาง Microsoft คาดหวังเอาไว้อย่างมาก และยังเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปข้างหน้า ซึ่งสิ่งที่ทาง Microsoft ตั้งใจไว้ก็คือต้องการให้เครื่อง Xbox Scarlett นั้นมีเฟรมเรทที่สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย

Phil Spencer ประธานของ Xbox ได้ยืนยันเรื่องนี้กับทาง Gamespot แล้ว ว่าเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาให้กับเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ของพวกเขามากที่สุดก็คือการเพิ่มเฟรมเรทให้สูงขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ และรวมไปถึงการโหลดเกมที่เร็วขึ้นด้วย

“ผมคิดว่าสิ่งที่เราพุ่งเป้าอยากจะพัฒนาให้ดีขึ้นในยุคต่อไปคือการเพิ่มเฟรมเรทให้สูงขึ้น และการเล่นก็ต้องมีประสบการณืที่ดีขึ้นด้วย นั่นหมายถึงประสิทธิภาพในการโหลดเกมต้องเร็วอย่างมาก เพื่อให้เฟรมเรทเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเรายังเป็นบริษัทผู้สร้าง Windows ด้วย และก็ได้เห็นการทำงานของระบบบน PC ที่เป็นผลดีต่อผู้พัฒนาด้วย เกมเมอร์หลายคนรักในเกมที่มีความเร็วแบบ 60 FPS ดังนั้นการออกแบบให้ Scarlett สามารถรันเกมแบบ 4K 60 FPS ได้จึงเป็นเป้าหมายหลักของเราครับ”

ในขณะที่ Xbox One X พุ่งเป้าไปที่การให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับภาพแบบ 4K Scarlett จะเน้นไปที่ความสามารถในการรันเกม การเพิ่ม SSD เข้ามานั้นช่วยให้เครื่องคอนโซลสามารถเร่งเฟรมเรทและโหลดเกมได้ไวขึ้นด้วย รวมไปถงฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ช่วยให้การเล่นเกมมีความไหลลื่นมากขึ้นไปด้วย และแน่นอนว่า Xbox ยังคงสนับสนุนเกมเก่า ๆ อยู่ ผ่านระบบ Backward Compatibility นั่นเอง

นอกจากตัวเครื่องแล้ว เหล่าอุปกรณ์เสริมทั้งหลายก็จัดเต็มเช่นกัน ทาง Microsoft เองก็กำลังวางแผนให้กับอุปกรณ์เสริมทั้งหลายของตัวเครื่องด้วย เช่นจอยคอนโทรลเลอร์แบบดัดแปลง หรือจอย Elite ประสิทธิภาพสูง เป็นต้น

Microsoft ปล่อยตัวอัปเดต Windows เวอร์ชั่นล่าสุด อุดสองช่องโหว่อันตราย

Microsoft ปล่อยตัวอัปเดต Windows เวอร์ชั่นล่าสุด อุดสองช่องโหว่อันตราย CVE-2019-1181 และ CVE-2019-1182 ในส่วนของการรีโมทคอมฯ Remote Desktop Service (RDS) ที่มัลแวร์หนอนร้าย (Worm) อาจใช้เจาะเข้าระบบ Windows เพื่อเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อและกระจายตัวสู่เครื่องอื่นๆ ที่อยู่ในระบบ Network แบบไม่รู้ตัว เหมือนกับที่ WannaCry ใช้โจมตีในช่วงปี 2017

CVE-2019-1181 และ CVE-2019-1182 มีความคล้ายกับช่องโหว่ Bluekeep ที่เจอเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และทาง Microsoft ได้แนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตระบบเพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่เหล่านี้ แต่ถ้าไม่อัพเดตก็มีวิธีลดความเสี่ยด้วยการเปิดการใช้งาน Network Level Authentication (NLA) ที่ใช้กำหนดให้การรองรับความถูกต้องของผู้ใช้ในการเชื่อมต่อเดสก์ท็อประยะไกล

อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็แนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เพื่อป้องกันคอมฯ และระบบเน็ตเวิร์คจากการโจมตีจากมัลแวร์ประเภทหนอน (Worm) และการเข้าล็อคเครื่องแบบที่ Ransomware ใช้

Image result for Microsoft เตือนอัปเดต Windows

Microsoft เตรียมใส่ Linux kernel เข้ามาใน Windows 10

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา Microsoft ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่นักพัฒนา Linux อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำ Bash shell เข้ามาใช้บน Windows, ปรับให้ Windows รองรับ OpenSSH หรือแม้แต่การใส่ Ubuntu, SUSE Linux และ Fedora เอาไว้บน WIndows Store ล่าสุด Microsoft จะก้าวไปอีกขั้น ด้วยแผนการที่จะนำเอา Linux kernel แบบสมบูรณ์มาใส่เอาไว้ใน Windows 10

Jack Hammons ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรมของ Microsoft ได้อธิบายว่า “เริ่มต้นที่ Windows Insider เวอร์ชั่นที่จะปล่อยออกมาในฤดูร้อนนี้ เราจะเพิ่ม Linux Kernel เวอร์ชั่นที่เราได้ปรับแต่งแล้วให้กับ Windows Subsystem for Linux (WSL) โดย Kernel ตัวนี้ได้พัฒนาจากพื้นฐานของ Linux kernel เวอร์ชั่น 4.19 ที่ค่อนข้างเสถียร”

ทั้งนี้  Microsoft ไม่ได้เอามันมาแทนที่ Windows kernel นะ ตัว Linux kernel จะทำงานในรูปแบบเดียวกับ Virtual machine คาดว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ จะช่วยให้เหล่านักพัฒนาสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักพัฒนาเว็บ และเหล่าผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์

Image result for Microsoft เตรียมใส่ Linux kernel เข้ามาใน Windows 10

Microsoft เปิดตัว Azure Dedicated Host บริการใหม่จาก Azure

Microsoft เปิดตัว Azure Dedicated Host บริการใหม่จาก Azure เช่าเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่องเป็นของผู้เช่าแต่เพียงผู้เดียวเพื่อใช้รัน VM โดยไม่มีใครมารัน VM หรือเวิร์คโหลดใด ๆ ร่วมด้วย

Azure Dedicated Host จะช่วยลูกค้าองค์กรที่ต้องทำตามข้อกำหนดต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย, ความถูกต้องของข้อมูล และการมอนิเตอร์ เพราะเมื่อจองใช้งานเซิร์ฟเวอร์แล้ว จะไม่มีใครมาใช้งานร่วมด้วย และเมื่อเป็นของตัวเองแล้ว ผู้ใช้จึงสามารถกำหนดค่าให้โฮสต์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล, จำนวนคอร์ หรือขนาดของ VM ที่จะดีพลอยบน Dedicated Host รวมถึงสามารถกำหนดการ maintanance window เองได้

บริการ Dedictaed Host รองรับ VM หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Windows, Linux และ Microsoft SQL Server โดยค่าใช้จ่ายจะคิดแยกตามโฮสต์ เริ่มต้นที่ 4.039 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

No Description

Microsoft เตรียมปล่อยแพทช์ Windows 10 ปรับหน้าเมนูใหม่

Microsoft ได้เปิดตัว Windows 10 รุ่นทดสอบตัวใหม่ ซึ่งเผยให้เราเห็นหน้าเมนูแบบ Start ที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดย Windows 10 ตัวนี้จะเป็น build 18947 ที่สำหรับนักพัฒนาให้ใช้ทดสอบกันก่อน ซึ่งในหน้าเมนู Start จะตัด Live Tiles ออกทั้งหมด แทนที่ด้วยไอคอนแอพของ Windows ที่มีติดครั้งไว้แทน แถมเพิ่มเครื่องมือค้นหาด้วย GIF และ Emoji ได้ด้วย

โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังทดสอบเฉพาะบนระบบ 32 บิตเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้วก็บ่นอุบกันใหม่ว่าอยากกลับไปใช้ Live Tiles เหมือนเดิมที่เราสามารถเลือกโปรแกรม จัดวางเลเอาท์ด้วยตัวเองได้มากกว่าฟิคแอพแบบนี้นั่นเอง

Microsoft เปลี่ยนชื่อ Office Online

Microsoft ประกาศเปลี่ยนชื่อ Office Online หรือ Microsoft Office เวอร์ชันเว็บให้เหลือเพียงชื่อ Office (ตัดคำว่า Online ทิ้ง) รวมถึงแบรนด์ลูกทั้งหมดอย่างเช่น Word Online หรือ Excel Online ก็ถูกปรับชื่อโดยตัด Online ออกเหลือเพียง Word, Excel ด้วย

Microsoft ระบุว่าหลังจากเลิกใช้คำว่า Office Online แล้ว ต่อไปนี้การระบุว่าเป็น Office เวอร์ชันเว็บจะใช้คำว่า Office.com หรือ Office for the web เหมือนกับ Office for Windows หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ แต่จะไม่ใช้ชื่อ Office Online อีกแล้ว โดย Bill Doll เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายการตลาดของผลิตภัณฑ์ Microsoft ระบุว่าเนื่องจาก Microsoft ได้ให้บริการแอปมากกว่า 1 แพลตฟอร์ม จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แบรนด์ย่อยตามแพลตฟอร์มอีก

อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์อื่นที่ตามด้วย Online อย่างเช่น Exchange Online, SharePoint Online, Project Online หรือ Office Online Server ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Office จะยังคงใช้คำว่า Online ต่อท้ายเช่นเดิม

No Description

Windows 10 เวอร์ชัน Internal-Only ใช้ทดสอบภายในเท่านั้น

Microsoft ปล่อย Windows 10 เวอร์ชัน Internal-Only ใช้ทดสอบภายในเท่านั้น ให้กับผู้ใช้ Windows Insider 32-bit ภายหลังถูกนำออกไปทันทีที่รู้ตัว Windows 10 เวอร์ชัน Internal-Only Build 18947 หลุดออกมาให้กับผู้ใช้ที่สมัคร Windows Insider ซึ่งก็พบว่ามีหลาย ๆ สิ่งเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ Start Menu ที่เปลี่ยนไปใหม่ ทำให้คาดกันว่าจะถูกนำมาใช้ในเร็ว ๆ นี้ สิ่งที่ต่างไปจาก Start Menu ในปัจจุบันที่เห็นได้ชัดนั้น Live Tiles ที่หายไป

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือค้นหา GIF เพิ่มขึ้นมาใน Emoji Picker อีกด้วย โดยภายหลังจากที่ Build นี้หลุดออกมานั้น Microsoft ได้ออกมาแถลงว่าคือความผิดพลาดและได้นำตัวอัปเดตนี้ออกไปทันที

ลือWindows จะทำการ Rebrand Windows Defender ใหม่

เป็นที่น่าสนใจพอสมควรกับการที่ Microsoft เน้นไปที่บริการข้ามแพลตฟอร์มมากขึ้น โดย gHacks ได้รายงานมาว่า Windows Defender และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะถูก rebrand เป็น Microsoft Defender เมื่อ Windows 10 20H1 ปล่อยให้อัพเดตต้นปีหน้า

Image result for Rebrand Windows Defender

ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Windows Defender นอกจากนี้ยังมีคำถามอีกด้วยว่าจะมีการอัพเดตไปยัง Windows 7 ด้วยไหม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นแบบนั้น (อย่างน้อยก็ยังงงน้อยกว่าการที่ Toshiba ทำการเปลี่ยนชื่อหน่วยความจำเป็น Kioxia)

จากข่าวลือแล้วความจริง Microsoft เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนชื่อ Windows Defender เฉยๆ ดังนั้นทำให้มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Windows เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว  ซึ่งทาง gHacks ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า Windows Defender ATP (Advanced Threat Protection) ได้ทำการขยายไปสู่ Android, iOS, macOS และ Linux ตั้งแต่ปี 2017 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อไปเป็น Microsoft Defender ATP ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Microsoft ปฏิเสธการใใช้ชื่อ Windows กับบริการข้ามแพลตฟอร์ม

การกระทำนี้ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลกับกลยุทธ์ใหม่ของ Microsoft ในการให้บริการบนแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่ Microsoft Word for Android มียอด Download มากกว่า 1 พันล้านครั้งบน Google Play หมายความว่า Microsoft Word for Android มีความนิยมมากกว่าระบบปฏิบัติการของ Microsoft ที่มีการติดตั้งอยู่ 850ล้านเครื่อง

การมุ่งเน้นที่แบรนด์ของตัวเองมากขึ้นจะช่วยให้ Microsoft สามารถขยายบริการไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น มันยากที่จะพบเห็นการติดตั้ง indows Defender ลงบน MacOS และ Linux โดยไม่ลังเล โดย Microsoft Defender อาจจะขายออกได้ง่ายกว่าถึงแม้ว่าทาง Microsoft จะกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สามารถป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

Microsoft เตรียมลบบัญชี Xbox และ Windows ที่ไม่ได้ใช้งานเกิน 2 ปี

Microsoft หรือ Xbox ที่เคยทำเอาไว้แล้วไม่ได้ใช้งานจะคงอยู่ตลอดไปนั้น ต้องคิดใหม่เสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าทาง Microsoft เริ่มที่จะมีการเก็บกวาดและลบบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานเกินสองปีเหล่านี้ในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว

Image result for Microsoft เตรียมลบบัญชี Xbox และ Windows

โดยทาง Microsoft ได้ประกาศแจ้งเรื่องดังกล่าวเอาไว้ในเว็บไซต์ของตนว่าบัญชี Windows หรือ Xbox ที่ไม่มีการใช้งานเกินสองปีขึ้นไปจะถูกลบออกจากระบบ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

ซึ่งก็มีกรณียกเว้นอยู่ ถ้าหากบัญชีดังกล่าวนั้นมีการใช้บริการสมัครสมาชิกต่าง ๆ เอาไว้ หรือมีการเติมเงินทิ้งเอาไว้ในบัญชี หรือถ้าหากมีการใช้จ่ายเงินจริงในบัญชีจริง ๆ ก็จะปลอดภัยจากการถูกลบอย่างแน่นอน

โดยก่อนหน้านี้ทาง Microsoft เคยมีข้อกำหนดไว้ในปี 2016 ว่าบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานเกินห้าปีนั้นจะถูกลบทิ้งไปแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงตามข่าว ใครที่ยังมีการใช้งานบัญชี Xbox หรือ Microsoft อยู่ก็ไม่ต้องกังวล ซึ่งก็รวมไปถึงเจ้าของบัญชีที่มีระบบปฏิบัติการ Windows ผูกอยู่ด้วยเช่นกันครับ

ในอนาคต Microsoft อาจแยก Cortana ออกจาก Windows และอัพเดตผ่าน Microsoft Store

Microsoft พยายามรวมระบบผู้ช่วยส่วนตัว Cortana เข้ากับ Windows 10 เพื่อผลักดันการใช้งานมาโดยตลอด แต่ความพยายามดูเหมือนจะไม่เป็นผล จนทำให้ Microsoft ถอด Cortana ออกจากกล่องค้นหาบน Windows 10 แล้ว

Image result for Cortana เข้ากับ Windows 10

ล่าสุดมีข้อมูลที่เป็นไปได้ว่า Microsoft กำลังนำ Cortana ลง Microsoft Store ให้เป็นแอปแยกออกจาก Windows เพราะมีแอป Cortana เวอร์ชันเบต้าปรากฏบน Windows Store และอาจจะเป็นการบอกใบ้กลาย ๆ ว่า Cortana อาจถูกแยกการอัพเดตออกมาจาก Windows ไปจนถึงโอกาสที่ Windows เวอร์ชันถัด ๆ ไปจะไม่รวม Cortana มาให้อีกแล้ว

การแยก Cortana มาลง Windows Store จะช่วยให้ Microsoft อัพเดตฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ไวขึ้น ไม่ต้องรออัพเดตพร้อมกับตัว Windows ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่า Microsoft จะมีแผนอะไรเกี่ยวกับ Cortana ดังนั้นอาจจะต้องรอดู Windows 10 อัพเดตโค้ดเนม 19H2 ที่น่าจะปล่อยให้ทดสอบเร็ว ๆ นี้