ไมโครซอฟท์ปล่อยโปรแกรม PowerToys ยุค Windows 10

เมื่อต้นปี ไมโครซอฟท์ประกาศคืนชีพ PowerToys ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์ กลับมาสู่ยุค Windows 10 วันนี้โปรแกรม 2 ตัวแรกในชุด PowerToys เปิดให้ทดสอบแล้ว และตัวโปรแกรมทั้งหมดก็โอเพนซอร์สบน GitHub ด้วย

  • Windows key shortcut guide เป็นโปรแกรมง่ายๆ ที่ช่วยให้เรากดปุ่ม Win ค้างไว้ 1 วินาที แล้วแสดงช็อตคัตคีย์บอร์ดของ Windows ขึ้นมาบนหน้าจอ
  • FancyZones เป็นโปรแกรมที่เอาไว้แบ่งโซนบนหน้าจอตามต้องการ เพื่อให้เราจัดขนาดหน้าต่าง (ฟีเจอร์ snap) ให้พอดีกับขนาดที่เรากำหนดไว้

No Description

No Description

ไมโครซอฟท์ระบุว่ามีโปรแกรมอีก 4 ตัวที่กำลังพัฒนาอยู่ และโปรแกรมที่อยู่ในระดับระดมไอเดียอีก 10 ตัว ที่รอเลือกว่าจะทำตัวไหนกันต่อดี

Microsoft Surface ตัวใหม่ โผล่ผลทดสอบ Geekbench

ใครหลายคนอาจรอติดตามดูการเปิดตัว Microsoft Surface รุ่นใหม่กันอยู่ จากข่าวลือว่าจะเปิดตัววันที่ 2 ตุลาคมนี้ และตอนนี้ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมจาก Geekbench โผล่มาให้ได้ดูกันแล้ว

ล้ำหน้าโชว์ ว่าที่ Microsoft Surface ตัวใหม่ โผล่ผลทดสอบ Geekbench แล้ว Microsoft Surface

จากรูปที่เห็น ก็ชัดเจนว่านี่คือเครื่องตัวนึงของ Surface อย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเครื่อง Surface Pro หรือว่าเป็น Surface Laptop ชื่อที่ปรากฏบน Geekbench คือ “OEMJL OEMJL Product Name EV1.5A” ที่มีความคล้ายคลึงกันกับชื่อของ Surface Go ตัวก่อนหน้านี้

ล้ำหน้าโชว์ ว่าที่ Microsoft Surface ตัวใหม่ โผล่ผลทดสอบ Geekbench แล้ว Microsoft Surface

สเปกเป็นชิป Intel Core i5-1035G1 Quad-Core CPU มาพร้อมระบบกราฟิก หรือชิปการ์ดจอ Iris Plus iGPU ใส่แรมมาให้เป็นขนาด 8 GB

CPU ตัวนี้ จากสเปกบนเว็บไซต์ของ Intel ระบุว่าสามารถเร่งความเร็วในการทำงานขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.6 GHz และความเร็วพื้นฐาน Base Frequency ที่ 1.0 GHz แต่ในรูปจะเห็นว่ามีความเร็วอยู่ที่ 1.19 GHz ซึ่งสูงกว่าสเปกมาตรฐาน ซึ่งน่าจะมาจากการปรับแต่งค่า TDP จากผู้ผลิตนั่นเอง

Microsoft Teams เปิดให้ใช้ฟรีแล้ว

Microsoft Teams เปิดให้ใช้ฟรีแล้ว จากอดีตสู่ปัจจุบันก็มีหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างเช่น การทำงานที่ในปัจจุบันนี้ มีหลายองค์กรที่จะทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก รวมถึงปัญหาต่าง ๆ บนท้องถนน เช่น รถติด ฝนตก อุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเป็นยังสถานที่ทำงาน

Microsoft Teams สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่

ก่อนหน้าเราอาจจะทำงานกันผ่าน LINE, Facebook Messenger หรือ Slack แต่ละช่องทางต่างมีข้อดีแตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอีก 1 บริการที่จะมาช่วยให้การทำงานของเราง่ายขึ้นจากฝั่งของ Microsoft กันบ้าง

Microsoft Teams

Microsoft Teams บริการฮับการทำงานอีกแบบที่ทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ Microsoft เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้ได้แบบฟรี ๆ

Microsoft Teams

โดยบริการนี้เองจะมีความสามารถต่าง ๆ  มากมายที่สำคัญสำหรับการทำงานมาอยู่ในที่ ๆ เดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น เช่น การแชต ปฏิทิน พื้นที่เก็บไฟล์ เอกสาร การโทรวิดีโอและโทรเสียง และการประชุม

  • การแชต จะมีทั้งแบบที่แชตแบบปกติแบบกลุ่มหรือแบบ 1 ต่อ 1 หรือ คล้ายกับการสร้างโพสต์ ให้ผู้อื่นมาตอบได้ สามารถ mention หากันได้ด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการบทสนทนาได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถส่งไฟล์ได้ ไม่มีวันหมดอายุด้วย
  • ปฎิทิน จะแสดงงาน อีเวนต์ หรือนัดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใน Teams และสามารถเลือกมุมมองในแบบต่าง ๆ ได้ เช่น รายสัปดาห์ หรือ รายวัน เช่นเดียวกับความสามารถของ Outlook
  • การโทร สามารถโทรหากันผ่านทางอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกับแอปอื่น ๆ ทั้งแบบเสียงหรือแบบวีดีโอก็ได้
  • การประชุม จะสามารถประชุมด้วยกันผ่านทาง Microsoft Teams คล้าย ๆ กับการ Skype ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 250 คน และสามารถสร้างการถ่ายทอดสดที่สามารถดูพร้อมกันได้สูงสุดถึง 10,000 คน

ส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายนั้น เป็นแบบฟรีเมียม คือฟรีแต่มีข้อจำกัดที่ว่าจะสามารถจุคนในทีมได้สูงสุดเพียง 300 คนเท่านั้น และพื้นที่การเก็บไฟล์ 2 GB ต่อผู้ใช้ และ 10 GB ของข้อมูลที่แชร์ ถ้าจะอัปเกรดต้องอัปเกรดไปเป็น Office 365 Business Premium ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 10 เหรียญต่อผู้ใช้ต่อเดือน

ราคา Microsoft Teams

ใครที่สนใจก็สามารถใช้อีเมลของเราสมัครลองใช้งานได้แล้ว ไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถใช้ได้ทั้งบนเว็บ ติดตั้งบน PC หรือบนสมาร์ตโฟนทั้ง Android และ iOS

Microsoft เตรียมปล่อยแอปพลิเคชันของตัวเองที่รองรับ Dark Mode

หลังจากที่ปล่อยให้ผู้ผลิตแอปดังๆ รายอื่นปล่อยแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งาน Dark Mode มาก่อนนั้น ล่าสุดทาง Microsoft เองก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า Microsoft นั้นเตรียมพร้อมที่จะปล่อยแอปพลิเคชันของตัวเองไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, PowerPoint, SharePoint, OneDrive, Planner และ To-Do ให้รองรับกับ Dark Mode ด้วยเช่นเดียวกัน โดยที่แอปพลิเคชันของทาง Microsoft ที่จะรองรับ Dark Mode นั้นจะรองรับทั้งระบบปฎิบัติการ iOS 13 และ Android 10

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้นั้นทางหัวหน้าฝ่ายผู้พัฒนาแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ของทาง Microsoft ว่าสาเหตุที่แอปพลิเคชันของทาง Microsoft จะรองรับ Dark Mode เฉพาะบน iOS 13 และ Android 10 นั้นก็เนื่องมาจากว่าระบบปฎิบัติการทั้ง 2 มีการเพิ่มการรองรับ Dark Mode ในระดับระบบปฎิบัติการโดยตรง แถมด้วยจากในอดีตที่ผ่านมาซึ่งทาง Microsoft เคยปล่อย Dark Mode มาบน Office 2010 แล้วนั้น ผู้ใช้จำนวนมากต่างมีความพอใจกับฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นอย่างมากอีกด้วย

นอกไปจากแอปพลิเคชันดังกล่าวที่ได้บอกเอาไว้แล้วนั้น ทาง Microsoft เองยังมีแผนการที่จะปล่อย Drak Mode ให้กับซอฟต์แวร์อย่าง Office 365 ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นการอัพเดทที่ดีมากๆ ครับเพราะนอกจากที่ Dark Mode นั้นจะช่วยให้ผู้ใช้ต้องเจอกับอันตรายจากแสงสีขาวสว่างที่ทำให้ตาล้าง่ายแล้วนั้น Dark Mode ยังมีข้อดีอยู่อีกอย่างก็คือมันจะช่วยในการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ให้กับผู้ใช้อีกด้วยเช่นเดียวกัน  งานนี้นั้นเรียกได้ว่าผู้ใช้จะได้รับผลดีไปแบบเต็มๆ

Microsoft เผยสเปกความต้องการของ Gears 5

ผู้จัดจำหน่าย Microsoft และทีมพัฒนา The Coalition ได้ประกาศสเปกคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกม Gears 5 เวอร์ชัน PC อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องใช้ CPU อย่างน้อยเป็น AMD FX-6000 series หรือ Intel i3 Skylake พร้อมด้วยแรม 8 GB และการ์ดจอ AMD Radeon R9 280 หรือ NVIDIA GeForce GTX 760 (Windows 10) หรือ NVIDIA GeForce GTX 1050 (Windows 7)

ส่วนสเปกคอมพิวเตอร์ที่ทีมพัฒนา The Coalition แนะนำ ควรใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 3 หรือ Intel i5 Skylake พร้อมด้วยแรม 8 GB การ์ดจอ AMD Radeon RX 570 หรือ NVIDIA GeForce GTX 970 (Windows 10) หรือ NVIDIA GeForce GTX 1660ti (Windows 7) และใช้พื้นที่ในการติดตั้ง 80 GB

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้เกม Gears 5 จะเป็นเกมระดับ AAA แต่แนะนำให้ใช้แรมเพียง 8 GB เท่านั้น ซึ่งต่างจากเกมระดับ AAA อื่น ๆ ที่แนะนำให้ใช้ถึง 16 GB

ความต้องการของระบบขั้นต่ำ

  • Requires a 64-bit processor and operating system
  • OS: Windows 7 SP1 64-bit, Windows 10 64-bit
  • Processor: AMD FX-6000 series | Intel i3 Skylake
  • Memory: 8 GB RAM
  • Graphics: AMD Radeon R9 280 | NVIDIA GeForce GTX 760 (Windows 10) | NVIDIA GeForce GTX 1050 (Windows 7)
  • DirectX: Version 12
  • Network: Broadband Internet connection
  • Storage: 80 GB available space
  • Sound Card: DirectX compatible

ความต้องการของระบบขั้นแนะนำ

  • Requires a 64-bit processor and operating system
  • OS: Windows 10 64-bit
  • Processor: AMD Ryzen 3 | Intel i5 Skylake
  • Memory: 8 GB RAM
  • Graphics: AMD Radeon RX 570 | NVIDIA GeForce GTX 970 (Windows 10) |NVIDIA GeForce GTX 1660ti (Windows 7)
  • DirectX: Version 12
  • Network: Broadband Internet connection
  • Storage: 80 GB available space
  • Sound Card: DirectX compatible

Gears 5 มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายน 2019 บนแพลตฟอร์ม Xbox One และ PC

Microsoft ♥ Linux เปิดสเปกระบบไฟล์ exFAT

อะไรก็เกิดขึ้นได้กับไมโครซอฟท์ยุคนี้ ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศเปิดเอกสารสเปกของ exFAT ระบบไฟล์ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับสตอเรจแบบเสียบได้ เช่น SD card หรือ USB drive เพื่อให้เคอร์เนลลินุกซ์สามารถทำงานกับระบบไฟล์นี้ได้ราบรื่นกว่าเดิม

ระบบไฟล์ exFAT เป็นสิทธิบัตรของไมโครซอฟท์มาตั้งแต่เริ่มใช้งานในปี 2006 และไมโครซอฟท์ก็ประกาศให้สิทธิการคุ้มครองสิทธิบัตรตัวนี้กับองค์กร Open Invention Network (OIN) ที่ทำหน้าที่คอยคุ้มครองโลกโอเพนซอร์สจากการถูกฟ้องสิทธิบัตรด้วย

Image result for Microsoft ♥ Linux

Microsoft จะเผยโฉม Surface รุ่นใหม่ภายในเดือนตุลาคม

ไมโครซอฟต์ เป็นอีก Brand ทั้งผลิต Software และ Hardware เรียกว่าทำทุกอย่าง แต่โดดเด่นที่มีการเปิดตัว Surface คอมพิวเตอร์แนวพกพาสะดวก กำลังจะมีข่าวดีคือ จะเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีภาพแรกที่ปรากฏคือ จะเปิดตัว 2 ตุลาคม 2019 ที่ New York City 

ใน Teaser มีการเปิดเผยแค่โลโก้สี่เหลี่ยมทั้งหมด 4 จุดเหมือนกับ Windows 10 โดยมีความเป็นไปได้ว่า Surface ใหม่จะมาพร้อมกับ Windows 10 รุ่นใหม่ คาดว่าจะเปิดตัว Surface Pro 7, Surface Laptop 3 และ Surface Book 3  

พร้อมกับ Keyboard แบบใหม่และมีปุ่ม Office เมื่อกดแล้วจะเข้าโปรแกรมสำนักงานทันที ส่วนในกลุ่มของ Tablet, หรือมือถือแบบ พับได้อาจจะยังคงต้องจับตาดูต่อไปเพราะคาดว่าจะต้องมีขนาดที่พอๆ กับ Surface Go หรือเล็กกว่านั้น

Microsoft กำลังช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์พอร์ตเกม DirectX 12

Microsoft กำลังช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์พอร์ตเกม DirectX 12  DirectX 12 นั้นถูกบังคับว่าจะต้องใช้บน Windows 10 เท่านั้น ซึ่งเป็นการบังคับให้นักเล่นเกมต้องย้ายจาก Windows 7 หรือ Windows 8 ไปเป็น Windows 10 เพื่อที่จะเล่นเกมด้วย DirectX 12  โดยเกมแรกที่รองรับ DirectX 12 บน Windows 7 จะเป็นเกม MMORPG ของ Blizzard ที่มีอายุมากถึง 15ปี อย่าง World of Warcraft

Image result for Microsoft กำลังช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์พอร์ตเกม DirectX 12

ผู้จัดการโครงการ Jianye Lu จากทีม DirectX 12 Graphics ของ Microsoft เขียนไว้ในบล็อกโพสต์:

Blizzard เพิ่มการรองรับ DirectX 12 ให้กับเกม World of Warcraft บน Windows 10 เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับความสนใจจากนักเล่นเกมจำนวนมาก  ซึ่งต้องขอบคุณคุณสมบัติของ DirectX 12 เช่น Multi-Thread ที่ทำให้ผู้เล่นเกม WoW ได้รับประสบการณ์การเล่นที่ดีขึ้น หลังจากได้เห็นประสิทธิภาพดังกล่าวทำให้นักเล่นเกมที่ใช้ DirectX 12 บน Windows 10 เล่นได้ดีขึ้น  Blizzard จึงต้องการนำประสบการณ์นี้มาสู่ผู้เล่นเกมที่ยังคงใช้งาน Windows 7 ที่ซึ่ง DirectX 12 ยังไม่สามารถใช้งานได้

ที่ Microsoft เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบรับความคิดเห็นของลูกค้า ดังนั้นเมื่อเราได้รับความเห็นนี้จาก Blizzard ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของเราตัดสินใจที่จะทำ โดย Microsoft มีความยินดีที่จะประกาศว่าเราได้ทำการเชื่อมต่อโหมดผู้ใช้ D3D12 runtime กับ Windows 7 ได้แล้ว ซึ่งสิ่งนี้จะบล็อกผู้พัฒนาที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการอัพเดตล่าสุดใน D3D12 ในขณะที่ยังคงสนับสนุนลูกค้าในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่า

ตอนนี้นักเล่นเกม WoW ที่ใช้ Windows 7 สามารถเล่นเกมโดยใช้ DirectX 12 ได้แล้วและสามารถเพลิดเพลินไปกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นได้แม้ว่าประสิทธิภาพของ DirectX 12 ที่ดีที่สุดจะอยู่ใน Windows 10 ก็ตาม เนื่องจาก Windows 10 มีการปรับแต่งระบบปฏิบัติการเพื่อให้ DirectX 12 ทำงานได้เร็วขึ้น

Lu ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า Microsoft กำลังทำงานร่วมกับ ‘ผู้พัฒนาเกมรายอื่น’ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกันสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นเก่า ตัวอย่างเช่น Gears 5 ที่กำลังจะมา สามารถเล่นได้บน Windows 7 ถ้าซื้อผ่าน Stream โดย Blizzard ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อแรก ๆ ของ Microsoft เป็นสตูดิโอเบื้องหลังเกม Gears 5 อีกด้วย

ในสัปดาห์นี้ Jianye Lu ได้บอกข่าวดียิ่งขึ้นไปอีกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการอัพเกรดเป็น Windows 10 โดย Microsoft กำลังร่วมมือกับนักพัฒนาต่าง ๆ ที่จะทำให้ง่ายขึ้นในการโอนย้ายเกม DX12 ไปลงใน Windows 7

  • เอกสารแนวทางการพัฒนา – โปรดอ่านเอกสารนี้ก่อนการวางแผนและการเขียนพัฒนา
  • D3D12onWin7 NuGet package มี header file, binary files และ license terms เพื่อทำปลดล็อคการเข้ารหัส
  • ตัวอย่าง D3D12 ที่ทำงานบนทั้ง Win7 และ Win10 ด้วยไบนารีเดียวกัน

หมายความว่าอาจมีบางคนใช้งาน ray-tracing บน Windows 7 เนื่องจาก DirectX Raytracing API เป็นส่วนเสริมของ DX12 นั่นเอง เหตุผลที่ Microsoft ทำเช่นนี้นั้นมาจากหลักการของออคแคมที่แนะนำว่าให้ทำให้ง่ายเนื่องจากไม่จำเป็นต้องล็อค DX12 ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Windows 10 อีกต่อไปแล้วเพราะตั้งแต่ต้นปี 2019 Windows 10 ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า Windows 7 ไปแล้ว

ไมโครซอฟท์ยืนยัน ทำ Xbox Scarlett เพียงรุ่นเดียว

ไมโครซอฟท์ยืนยัน ทำ Xbox Scarlett เพียงรุ่นเดียว อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญในบทสัมภาษณ์ของ Phil Spencer หัวหน้าทีม Xbox คือการสยบข่าวลือว่า ไมโครซอฟท์จะทำคอนโซลอีกตัวนอกเหนือจาก Project Scarlett

ข่าวนี้เกิดขึ้นเพราะ Project xCloud บริการเกมสตรีมมิ่งของไมโครซอฟท์ และ Xbox One S รุ่นไร้แผ่นดิสก์ ทำให้เกิดการคาดเดากันว่า ไมโครซอฟท์จะทำฮาร์ดแวร์คอนโซลที่เล่นได้เฉพาะเกมจาก xCloud เพียงอย่างเดียว (เหมือน Xbox One S รุ่นไร้แผ่น แต่เป็นสตรีมมิ่งเลย ไม่ต้องดาวน์โหลดก่อน)

Spencer ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า Project xCloud เป็นทิศทางที่วงการเกมจะมุ่งไปในระยะยาว แต่เป้าหมายของ xCloud ตอนนี้ยังเน้นการเล่นเกมแบบสตรีมมิ่งบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น ส่วนเกมคอนโซลจะเป็นการเล่นเกมที่ประมวลผลในเครื่องเช่นเดิม

Spencer ยังย้ำว่า xCloud ไม่มีทางมีประสิทธิภาพดีเท่ากับการเล่นบนคอนโซลจริงๆ อยู่แล้ว แต่เน้นความสะดวก และความสามารถในการเล่นเกม (จาก Xbox One) ได้จากทุกที่มากกว่า

ไมโครซอฟท์เปิดตัวส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge

นับเป็นข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นนักพัฒนาเว็บ ซึ่งมักจะต้องเปิด Developer Tools (DevTools) บนเว็บเบราว์เซอร์เพื่อดีบักและแก้ไขข้อผิดพลาดของเว็บที่กำลังพัฒนากันอยู่บ่อยๆ

เมื่อไมโครซอฟท์ออกส่วนขยายสำหรับพัฒนาเว็บตัวใหม่ให้กับ Visual Studio Code ในชื่อว่า Elements for Microsoft Edge เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดีบักเว็บไปอีกขั้น ด้วยการช่วยแสดงผลหน้าเว็บพร้อมดึงแท็บ Elements จาก DevTools บน Microsoft Edge (Chromium) ให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code โดยตรง

No Description

ส่วนเสริมดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนในการแก้ไขหน้าเว็บ ในกรณีที่นักพัฒนาตัดสินใจดีบัก DOM ด้วยการเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาตรวจสอบหน้าเว็บและทดลองแก้ไขโค้ด HTML/CSS บน DevTools ที่แม้ว่าจะช่วยทำให้สามารถดูผลของการแก้ไขหน้าเว็บบนเบราว์เซอร์ได้ในทันที

แต่ตัวนักพัฒนาก็จะยังต้องนำโค้ดที่แก้ไขแล้วบน DevTools ของเบราว์เซอร์กลับมาบันทึกที่โค้ดต้นฉบับบน code editor ซึ่งการแก้ไขโค้ดสลับไปสลับมาระหว่างเบราว์เซอร์และ code editor นี่เองที่อาจทำให้นักพัฒนาสับสนได้ (เช่นสลับไปเปิด code editor แล้วจำไม่ได้ว่าแก้ไขอะไรบนเบราว์เซอร์ไป)

การที่ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ช่วยทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดต้นฉบับไปพร้อมๆ กับดูผลลัพธ์และดีบัก DOM ของหน้าเว็บได้ ภายใต้ VS Code เพียงหน้าต่างเดียวน่าจะช่วยลดความน่าสับสนที่เกิดจากเหตุการณ์ข้างต้นไปได้มาก

ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge ยังคงอยู่ในเวอร์ชันพรีวิว แต่ก็สามารถทดลองใช้งานได้แล้ว โดยจำเป็นต้องติดตั้ง

  • เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Insider (เวอร์ชัน Canary หรือ Dev Channel)
  • ส่วนขยาย Elements for Microsoft Edge บน VS Code