ปรับ Start menu ของ Windows 10 ให้เปิดเร็วขึ้น

วันนี้มีเคล็ดลับการปรับแต่งเมนูเริ่ม (Start menu) ของ Windows 10 ให้เปิดหรือทำงานเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานบนเครื่องพีซีหรือแท็บเล็ตที่ใช้ซีพียูไม่ค่อยแรงนักอย่างเช่น Intel Atom เป็นต้น

สำหรับเคล็ดลับที่นำมาฝากวันนี้เป็นวิธีง่ายๆ คือการปิดวิชวลเอฟเฟคท์ (Visual Effects) ภาพเคลื่อนไหวบนเมนูเริ่ม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. ให้คุณทำการเปิดหน้า System Properties

  • กดปุ่ม Windows + Break จากนั้นคลิก Advanced system settings บนหน้า System
  • คลิกขวาบนเมนูเริ่ม หรือกดปุ่ม Windows + X จากนั้นคลิก System แล้วคลิก Advanced System Settings บนหน้า System
  • กดปุ่ม Windows + R ป้อน sysdm.cpl ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK จากนั้นคลิกแท็บ Advanced บนหน้า System Properties

2. ถึงตอนนี้คุณจะมาอยู่ที่หน้า System Properties จากนั้นให้คุณคลิก Settings ซึ่งอยู่ภายใต้หัวข้อ Performance

 

3. ให้คุณทำการยกเลิกการติ๊กเลือกหัวข้อ “Animate windows when minimizing and maximizing” เพื่อปิดการทำงาน ( Disable) วิชวลเอฟเฟคท์ภาพเคลื่อนไหว

หลังจากทำตามขั้นตอนด้านบนเสร็จแล้ว เมื่อคุณทำการเปิดเมนูเริ่มมันจะปรากฏขึ้นแบบทันที การปิดวิชวลเอฟเฟคท์นี่ไม่มีผลกับไทล์ที่มีชีวิต (Live Tiles) นั้นหมายความว่ามันจะยังคงแสดงเคลื่อนไหวตามปกติ

Dev จัดหนัก จับ Windows 10 ลงในเครื่องคิดเลขได้แล้ว

การจับ Windows ไปลงในอุปกรณ์ต่าง ๆ นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่มีคนลองกันอยู่เสมอ ล่าสุดก็เป็นคิวของเครื่องคิดเลขบ้างแล้วครับ โดยมี developer สามารถนำ Windows 10 ไปบูทบนเครื่องคิดเลขได้แล้ว

โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบัญชีว่า @imbushuo ได้โพสต์ภาพและคลิปที่ตนเองทดลองนำ Windows 10 (น่าจะเป็นรุ่นสำหรับชิปตระกูล ARM) มาทำงานบนเครื่องคิดเลข HP Prime Graphing Calculator ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถเข้าหน้าบูทได้แล้ว จากที่ในทีแรกติดปัญหาเนื่องจากความละเอียดหน้าจอของตัวเครื่องต่ำเกินไป (320 x 240) โดยสามารถติดตามต่อได้จากในบัญชีทวิตเตอร์ของเจ้าตัว ที่อยู่ตรงที่มาของข่าวได้เลย

สเปคคร่าว ๆ ของเครื่องคิดเลข HP Prime Graphing

  • ชิปประมวลผลแบบ ARM ความเร็ว 400 MHz
  • หน้าจอสัมผัสความละเอียด 320 x 240 16 บิท
  • แรม 32 MB
  • รอม 256 MB
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB
  • แบตเตอรี่ li-ion
  • น้ำหนัก 228 กรัม
  • ราคาในไทยประมาณ 8,000 กว่าบาท

Adobe ขยายการใช้งานแอปวาดภาพ Fresco ไปยัง Windows แล้ว

Adobe ได้เปิดตัวแอปวาดและระบายสีภาพ Fresco สำหรับ iPad ไปเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Adobe ได้ประกาศเปิดตัวแอป Fresco เวอร์ชัน Windows ภายในงานประชุม Adobe Max 2019 โดยมีค่าบริการ 9.99 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 300 บาทต่อเดือน) แต่สำหรับผู้ที่สมัครใช้บริการ Adobe Creative Cloud แล้วนั้น จะใช้งานได้ฟรี

Fresco เวอร์ชัน Windows จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างง่ายดาย (รูปแบบการใช้งานเหมือนกับบน iPad) โดยผู้ใช้สามารถบันทึกผลงานเป็นไฟล์ PSD สำหรับใช้ใน Photoshop ต่อไปได้อย่างสะดวกสบาย

Adobe Fresco

ทาง Adobe ได้กล่าวว่า Fresco เวอร์ชัน Windows จะใช้งานบนอุปกรณ์ที่รองรับปากกา Stylus ได้ เช่น Microsoft Surface Pro หรือ Wacom MobileStudio Pro เป็นต้น และจะขยายการรองสำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป

Windows 10X สามารถรองรับแล็ปท็อปเพิ่มเติมจากอุปกรณ์ 2 หน้าจอพับเก็บได้

2 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมาในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Microsoft บริษัทได้เปิดตัว Surface Neo อุปกรณ์ 2 หน้าจอที่สามารถพับเก็บได้ ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10X เป็นรุ่นใหม่ของ Windows 10 ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานโดยเฉพาะทั้งใน Surface Neo่, Lenovo ThinkFold X1 และอุปกรณ์ของค่ายอื่น ๆ

25 ตุลาคม ผู้ใช้งาน Twitter ชื่อบัญชี WalkingCat ได้ค้นพบและทวีตเผยแพร่เอกสารการออกแบบภายใน ซึ่งเป็นเบื้องหลังของระบบปฏิบัติการ Windows 10X เป็นหลักฐานยืนยันว่า Windows 10X กำลังได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถรองรับกับแล็ปท็อปนอกเหนือจากอุปกรณ์ 2 หน้าจอพับเก็บได้

ภาพแรกกล่าวถึงหน้าจอ Launcher ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นและกลับไปทำงานที่ทำไว้ล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว โดยมาพร้อมกับช่องการค้นหาเพื่อใช้ค้นหาเว็บ แอปที่พร้อมใช้งาน และไฟล์ข้อมูลที่มีภายในอุปกรณ์ ส่วนตารางไอคอนตรงกลางจอภาพจะแสดงแอปที่ได้ติดตั้งไว้และเว็บไซต์ ด้านล่างถัดลงมาจะแสดงรายการของแอป ไฟล์ และเว็บไซต์ที่เปิดใช้บ่อยและใช้งานครั้งล่าสุด ด้านล่างสุดคือ Start Menu จะประกอบด้วยแอปภายในอุปกรณ์และเว็บแอปที่มีการอัปเดตอัตโนมัติ

Windows 10X Launcher

เมื่อผู้ใช้เปิดอุปกรณ์เข้าสู่ Windows 10X จะมีหน้าจอพิสูจน์ตัวตนที่ได้ปรับปรุงประสบการณ์ใหม่ด้วยระบบการจดจำใบหน้าที่เรียกว่า Windows Hello หลังจากสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนหรือจะกดรหัส PIN เมื่อผ่านแล้วก็จะเข้าสู่หน้าจอเดสก์ท็อป ซึ่งแตกต่างจาก Windows 10 แบบเดิมที่ต้องเลื่อนหน้าจอล็อกการใช้งานก่อนเข้าสู่หน้าจอการตรวจสอบสิทธิ์

Windows Hello

ระบบปฏิบัติการที่มีการไล่สีพื้นหลังได้อย่างกลมกลืน และระบบการโต้ตอบเพื่อให้ผู้ใช้งานมุ่งเน้นอยู่กับงานที่ทำอยู่ สรุปง่าย ๆ ว่าเน้นพื้นหลังว่างเปล่าและไอคอนด้านล่างนิดหน่อย ไม่ต้องมีไอคอนหรือเมนูต่าง ๆ มาจัดวางให้ดูเกะกะรบกวนการทำงาน

Blend Background

การเข้าใช่งาน การแจ้งเตือน การค้นหา และอื่น ๆ ที่มีความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ เอกสารยังกล่าวถึงการกำหนดค่าที่รวดเร็วและรองรับการปรับแต่งที่เป็นดีฟอลต์ เช่น WiFi Cell-Data ภาษา บลูทูธ โหมดการโดยสารบินครื่องบิน ล็อกการหมุน ตำแหน่งที่ตั้ง การประหยัดแบตเตอรี ฮอตสปอต และอื่น ๆ

การเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ

ไมโครซอฟท์ปรับรอบการพัฒนา Windows 10 ภายใน

นับตั้งแต่ Windows 10 เป็นต้นมา ไมโครซอฟท์มีนโยบายออกรุ่นอัพเดตใหญ่ (feature releases) ปีละ 2 ครั้ง โดยกระบวนการพัฒนาจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นที่เลขเวอร์ชัน (เช่น v1903 และ v1909)

เมื่อพัฒนาเสร็จ OS แล้ว ไมโครซอฟท์จะทดสอบต่ออีกสักระยะหนึ่ง แล้วค่อยปล่อยอัพเดตมายังผู้ใช้ในวงกว้าง เช่น กรณีของ v1903 ที่ปล่อยอัพเดตในเดือนพฤษภาคม (May 2019 Update) หรือมีระยะห่างกันประมาณ 2 เดือน

ล่าสุดเว็บไซต์ ZDNet อ้างแหล่งข่าววงในไมโครซอฟท์ว่า รอบการพัฒนาของ Windows 10 กำลังจะเปลี่ยนไป โดยย้ายมาเป็นเดือนมิถุนายนและธันวาคมแทน

เหตุผลของการย้ายไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องการเมืองภายในไมโครซอฟท์เอง หลังไมโครซอฟท์ปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2018 แยกส่วนฝ่าย Windows and Devices Group โดยส่วนของ Devices ไปอยู่กับฝ่าย Experiences & Devices และส่วนของแกนระบบปฏิบัติการไปอยู่กับฝ่าย Azure

ฝ่าย Azure พัฒนาระบบปฏิบัติการใช้เอง โดยเป็น Windows 10 Server เวอร์ชันพิเศษสำหรับให้บริการคลาวด์ เมื่อทีมแกนหลักของ Windows 10 ย้ายมาอยู่ด้วย จึงต้องการซิงก์เวอร์ชันของตัวแกนระบบปฏิบัติการให้เหมือนกัน แต่ทีม Azure ใช้รอบการพัฒนาที่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม ทำให้ทีม Windows ต้องปรับเวลาตาม และจะมีผลใน Windows 20H1 ที่จะปิดรอบการพัฒนาตอนสิ้นปี 2019 นี้

การปรับรอบเวลาครั้งนี้เป็นแค่รอบเวลาของการพัฒนาภายในเท่านั้น ไมโครซอฟท์จะยังปล่อยอัพเดตให้ผู้ใช้ราวเดือนเมษายน-ตุลาคมเหมือนเดิม

หลุดข้อมูล Windows 10X ระบบปฏิบัติการใหม่ไมโครซอฟท์

ของใหม่ใน Surface Neo แท็บเล็ตจอคู่ของไมโครซอฟท์ คือ ระบบปฏิบัติการ Windows 10X เวอร์ชันพิเศษ ที่ปรับแต่งมาเพื่อแท็บเล็ตลักษณะนี้โดยเฉพาะ

แต่นอกจากภาพ/วิดีโอที่เห็นในงานแถลงข่าวแล้ว ไมโครซอฟท์ยังไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ ของ Windows 10X เลย บอกเพียงว่าให้รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเท่านั้น

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ WalkingCat ซึ่งมีผลงานปล่อยข่าวสายไมโครซอฟท์บ่อยครั้ง ค้นพบไฟล์เอกสารของ Windows 10X บนเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ ที่คาดว่าเอาไว้ให้พาร์ทเนอร์อ่าน ทำให้เรารู้ข้อมูลเพิ่มเติมของ Windows 10X มากขึ้นอีกนิด

No Description

ประเด็นสำคัญของ Windows 10X มีดังนี้

  • Start Menu ถูกเรียกว่า Launcher แทน
  • Launcher มีช่อง Recommend ที่คอยแนะนำของ 3 อย่างในที่เดียวกัน คือ แอพ, ไฟล์, เว็บไซต์
  • ยังมี Taskbar อยู่ และเลือกคอนฟิกได้ว่าจะเรียงไอคอนตรงกลาง หรือชิดซ้าย
  • Taskbar ตั้งค่าให้ย่อขนาดลงได้
  • สร้างโฟลเดอร์โดยการลากไอคอนมาชนกัน (เหมือนกับบน Android)
  • ปลดล็อคแท็บเล็ตด้วยใบหน้า (Windows Hello) โดยไม่ต้องเลื่อนจอก่อน 1 ครั้งเหมือน Windows 10 หยิบเครื่องมาแล้วปลดล็อคได้เลย
  • มีตัวจัดการไฟล์ตัวใหม่ที่เรียกว่า Modern File Explorer ซึ่งคาดว่ามันคือ File Explorer เวอร์ชัน UWP ที่รอกันมานาน

ในเอกสารยังระบุรายชื่อแอพพื้นฐานของระบบ ได้แก่ Edge, Mail, Calendar, Word, Excel, PowerPoint, OneNote, Teams, Whiteboard, To Do, Photos, Store, File Explorer, Spotify, Netflix, Camera, Solitaire, Calculator, Alarms & Clock, Movies & TV, Office, Sticky Notes, Paint, Learning Hub, Settings, Weather, Snip & Sketch, Voice Recorder, Groove Music, People, Notepad, Feedback Hub, Media Plan, Messaging

ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สามารถเลือกพรีโหลดแอพของตัวเอง (OEM) ได้สูงสุด 4 แอพ

No Description

Task Manager ของ Windows 10 แสดงอุณหภูมิ GPU ได้

ของใหม่อีกอย่างใน Windows 10 Insider Preview Build 18963 (20H1) นอกเหนือจาก Settings รองรับการปรับความเร็วเคอร์เซอร์เมาส์ และ อัพเดต Notepad ผ่าน Store คือ Task Manager แสดงอุณหภูมิของ GPU ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ Task Manager มีแท็บ Performance ที่สามารถดูอัตราการทำงานของฮาร์ดแวร์ชิ้นต่างๆ ในเครื่องได้ กรณีของ GPU สามารถดูอัตราการทำงาน (utilization) และปริมาณหน่วยความจำที่ใช้อยู่

ไมโครซอฟท์บอกว่าฟีเจอร์อุณหภูมิ GPU เป็นสิ่งที่ถูกเรียกร้องเข้ามานาน โดยตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ GPU แบบการ์ดจอแยก (dedicated) และต้องใช้กับไดรเวอร์ GPU ที่เป็น WDDM เวอร์ชัน 2.4 ขึ้นไปด้วย

ฟีเจอร์นี้จะได้ใช้งานกันจริงๆ ในช่วงเดือนเมษายน/พฤษภาคมปี 2020 เมื่อ Windows 10 20H1 ออกตัวจริง

No Description

Start Menu ของ Windows 10 จะแก้ไขปลาย ต.ค. นี้

Microsoft ได้ออก Patch KB4524147 สำหรับ Windows ทุกรุ่นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องใน Internet Explorer แต่หลังจากอัปเดตแล้วลูกค้ากลับพบปัญหาเกี่ยวกับการจัดคิวงานพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เกิดขึ้น

ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม Microsoft ได้ทำการอัปเดต Patch KB4524147 แล้วมีผู้ใช้บางคนรายงานว่าพบข้อความแจ้งเตือนว่ามีข้อผิดพลาดร้ายแรง “Critical error” ที่ระบุว่า Start menu ไม่ทำงาน ทำให้ผู้ใช้บางคนแก้ไขปัญหา Start Menu ที่ไม่ทำงานโดยถอนการติดตั้งตัวอัปเดตออกไป

จากนั้นวันที่ 8 ตุลาคม Microsoft ได้ออก Cumulative Updates (ตัวอัปเดตทุกวันอังคารของเดือน) KB4517389 เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดคิวงานพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ใช้ Windows 10 รุ่น 1903 ได้ติดตั้ง Patch KB4524147 ในวันที่ 23 กันยายน แต่ปรากฏว่าผู้ใช้บางคนยังคงมีปัญหาที่ Start Menu

ล่าสุดวิศวกรของ Microsoft ได้ออกมาโพสต์บนเว็บไซต์ Microsoft Answers โดยแจ้งว่าการแก้ไขจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีข้อความว่า “เรามีความตระหนักถึงปัญหานี้และประเมินความละเอียดที่จะปล่อยออกมาในช่วงปลายเดือนตุลาคม”

สรุปง่าย ๆ ว่าตอนนี้ใครที่ยังไม่ได้อัปเดต Windows 10 ก็ควรรอไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าข้อผิดพลาดได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่อัปเดตไปแล้วและพบปัญหาดังกล่าวก็ให้ถอนการอัปเดตออกไปก่อนตามที่ผู้ใช้หลายคนออกมาแนะนำ

Image result for Start Menu ของ Windows 10

รู้จัก Windows 10X ระบบปฏิบัติการสำหรับ Surface Neo

แท็บเล็ต Surface Neo เป็นอุปกรณ์ใหม่อีกตัวที่ไมโครซอฟท์นำมาโชว์คู่กับ Surface Duo

ถึงแม้อุปกรณ์ทั้งสองตัวใช้แนวคิด “จอคู่” dual-screen เหมือนกัน แต่จุดต่างคือขนาดและระบบปฏิบัติการ โดย Surface Duo เป็น Google Android เต็มรูปแบบ ส่วน Surface Neo ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันพิเศษชื่อ Windows 10X

ไมโครซอฟท์เขียนบล็อกอธิบาย Windows 10X ว่าเป็น Windows 10 เวอร์ชันปรับแต่งให้เหมาะกับแท็บเล็ตสองจอ เพราะอุปกรณ์ประเภทนี้ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้แบบใหม่ ที่ทำงานได้ 2 อย่างพร้อมกันตลอดเวลา และต้องออกแบบให้พร้อมใช้งานนอกสถานที่ (on-the-go) รวมถึงปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ดีที่สุดบนอุปกรณ์ลักษณะนี้

No Description

Windows 10X ใช้แกน (core) ตัวเดียวกับ Windows 10 ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ไมโครซอฟท์ทำในระบบปฏิบัติการ Xbox One, HoloLens

ข้อมูลที่ไมโครซอฟท์ระบุคือ Windows 10X รองรับการรันแอพแบบ Win32 ในคอนเทนเนอร์ และใช้เทคนิคการแยกคอมโพเนนต์ของ Windows เพื่อให้รองรับอุปกรณ์และอินพุตที่หลากหลาย แต่ยังคงรักษาอายุแบตเตอรี่ได้ดี

ไมโครซอฟท์ยังให้ข้อมูลว่าผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ 4 รายคือ Asus, Dell, HP, Lenovo จะออกสินค้าแบบสองจอที่ใช้ Windows 10X ช่วงปลายปี 2020 โดยอุปกรณ์ชุดแรกจะใช้ซีพียูของอินเทลทั้งหมด

Microsoft ประกาศชื่ออัปเดทของ Windows 10

Microsoft ประกาศชื่ออัปเดทของ Windows 10 รหัส 19H2 คือ Windows 10 November 2019 Update 

หลังจากมีข่าวเกี่ยวกับอัปเดทใหม่ของ Windows 10 รุ่นใหม่ที่มีรหัส 19H2 ซึ่งมีฟีเจอร์เพิ่มเติมแต่ไม่ได้เยอะ เน้นเรื่องความเสถียรมากขึ้น

โดยการเปลี่ยนแปลงชื่อก็สอดคล้องกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้คือ Windows 10 May 2019 Update (เวอร์ชั่น 19H2) โดยเวอร์ชั่นใหม่จะมีชื่อ Windows 10 November 2019 Update ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเลข Build 18363 ขยับไปเล็กน้อย โดยตอนนี้ผู้ทดลองในกลุ่ม Windows Insider เริ่มได้ทดลองกันไปแล้ว ทำให้กำหนดการปล่อยอัปเดท จะอยู่ในเดือน พฤศจิกายน 2019

สำหรับคนที่ต้องการลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 10 ก็ต้องรอในเวอร์ชั่น 20H2 ซึ่งจปล่อยในปีหน้า

Image result for ประกาศชื่อ อัพเดทของ Windows 10